|
|
|
บทคัดย่อ
โครงการ
ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขสุขภาพทางสายตา ระบบกล้ามเนื้อ และระบบทางเดินหายใจ
ของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์
3 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาปัญหาการเกิดอาการทางสายตา ระบบกล้ามเนื้อ
และระบบทางเดินหายใจของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ 2) เพื่อศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพทางสายตา
ระบบกล้ามเนื้อ และระบบทางเดินหายใจของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ และ 3) เพื่อให้ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ
ได้เปลี่ยนพฤติกรรม มาเฝ้าระวังรักษาสุขภาพมากขึ้น
ผลการดำเนินงาน
หลังจากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น จากสถิติการใช้บริการสถานีอนามัยกะมิยอ
ของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ทีมวิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูล จากผู้ผลิตกะปิเยาะห์โดยตรง
มีข้อตกลงร่วมกันว่าข้อมูลดังกล่าวต้องกระจายครอบคลุมทุกหมู่บ้าน และกระจายในทุกหน้าที่การผลิตกะปิเยาะห์ส่วนต่างๆ
ผลการแจกแจงความถี่ จากแบบสอบถาม 98 ชุด ของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ตำบลกะมิยอ
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พบว่า อายุของผู้ตอบแบบสอบถามจะอยู่ในช่วง
25-34 ปี และ 35-44 ปี มากที่สุด ร้อยละ 31.6 รวมทั้งสองช่วงอายุแล้วสูงถึงร้อยละ
63.2ผู้ตอบแบบสอบถามอาศัยอยู่หมู่บ้านท่าราบ หมู่ที่ 1 มากที่สุด ร้อยละ
33.7 รองลงมาคือ บ้านกะมิยอ หมู่ที่ 2 ร้อยละ 19.4 และบ้านตาเนาะ หมู่ที่
3 ร้อยละ 16.3 ผู้ตอบแบบสอบถามมีอายุการทำงานในการผลิตกะปิเยาะห์แตกต่างกัน
ส่วนใหญ่จะทำน้อยกว่า 5 ปี ร้อยละ 40.8 รองลงมาคือทำกะปิเยาะห์มา 5-9
ปี ร้อยละ 30.6 สะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านตำบลกะมิยอ จะไม่เย็บกะปิเยาะห์เป็นเวลานาน
มีการส่งต่ออาชีพให้คนรุ่นหลังขึ้นมาทำอย่างต่อเนื่อง
ผู้ตอบแบบสอบถามทำหน้าในการผลิตกะปิเยาะห์ส่วนเย็บฐานมากที่สุด
ร้อยละ 28.03 รองลงมาคือเย็บส่วนหัว ร้อยละ 22.93 และเย็บประกอบ ร้อยละ
21.02 สังเกตกลุ่มที่ทำหน้าที่ในการเย็บมีมากกว่า กลุ่มที่ทำหน้าที่ตัดผ้าและฉลุลายอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงเวลาที่ผลิตกะปิเยาะห์มากที่สุดคือในช่วงเช้า ร้อยละ 51.58 โดยเฉพาะในช่วงเวลา
09.00-11.00 น. รองลงมาคือช่วงเวลาบ่าย ร้อยละ 38.92 โดยเฉพาะในช่วงเวลา
14.00-16.00 น. และช่วงกลางคืน ร้อยละ 9.50 โดยเฉพาะในช่วงเวลา 20.00
-22.00 น. ระยะเวลาในการผลิตกะปิเยาะห์ในรอบวันส่วนใหญ่จะใช้เวลา 4-6
ชั่วโมง ร้อยละ 56.1
ผู้ตอบแบบสอบถามผลิตกะปิเยาะห์บริเวณริมหน้าต่างของบ้านมากที่สุดร้อยละ
74.5 รองลงมาคือกลางบ้านร้อยละ 23.5 สภาพแวดล้อมที่ทำกะปิเยาะห์ของผู้ผลิตกะปิเยาะห์
ที่ทำหน้าที่ตัดผ้าส่วนใหญ่จะระบุว่าอากาศถ่ายเทได้ดี ร้อยละ 87.76
ผู้ผลิตกะปิเยาะห์มีวิธีการแก้ปัญหากลิ่นฉุนของผ้าระหว่างการตัดผ้าโดยการผึ่งผ้าทิ้งไว้ให้กลิ่นระเหยร้อยละ
35 เช่นเดียวกับการใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูกขณะตัดผ้า ร้อยละ 35 ผู้ผลิตกะปิเยาะห์แก้ปัญหาฝุ่นจากผ้าเวลาตัดผ้าโดยปิดปาก
ปิดจมูกร้อยละ 88.89 ไม่ได้มีการป้องกันระหว่างตัดผ้า ร้อยละ 11.11อาการเจ็บป่วยจากการตัดผ้าพบว่าส่วนใหญ่จะปวดเมื่อยทั่วไป
ร้อยละ 42.86 ปวดหลังร้อยละ 10.72 เป็นหวัด ร้อยละ 10.72 สังเกตได้ว่าหากจัดกลุ่มอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจะสูงถึง
67.86 ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ จะรักษาอาการเจ็บป่วยจากการตัดผ้า โดยไปพบเจ้าหน้าที่อนามัย
ร้อยละ 45 รองลงมาคือทานยาร้อยละ 25 และพักผ่อน ร้อยละ 20
เมื่อสอบถามถึงการต่อสายดิน
ให้กับจักรเย็บกะปิเยาะห์พบว่าไม่ต่อสายดินสูงถึง 66.18 ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ให้เหตุผลที่ไม่ต่อสายดินว่าไมเห็นมีใครต่อจึงไม่ต่อ
ร้อยละ 50 ต่อสายดินไม่เป็น ร้อยละ 23.81 แม้จำนวนการต่อสายดินให้จักรอุตสาหกรรมจะดูน้อย
แต่ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ป้องกันด้วยการใส่รองเท้าขณะเย็บถึงร้อยละ 84.06
ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ที่ไม่ใส่รองเท้าให้เหตุผลว่า เนื่องจากไม่สะดวก
ไม่ถนัด ร้อยละ 88.89 ให้เหตุผลว่า อึดอัด ร้อยละ 11.11
ในช่วงกลางวัน ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ไม่เปิดไฟให้สว่างขณะเย็บกะปิเยาะห์
ร้อยละ 97.01 โดยให้เหตุผลประกอบว่าผลิตกะปิเยาะห์บริเวณริมหน้าต่าง
ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์โดยตรงและเพียงพอ ผู้ผลิตกะปิเยาะห์มีการพักสายตา
ระหว่างการเย็บกะปิเยาะห์โดยพักชั่วคราวร้อยละ 62.29 นอนพักผ่อน ร้อยละ
19.67 ถ้ามีการพักสายตา นาน 16 30 นาที ร้อยละ 58.18 รองลงมาพักสายตา
1-15 นาที ร้อยละ 20.00
ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ใช้เก้าอี้แบบที่มีพนักพิงหลังระหว่างนั่งทำงานร้อยละ
70.97 ไม่มีพนักพิงหลัง ร้อยละ 29.03 ขณะเย็บกะปิเยาะห์ ลักษณะของหลังของผู้ผลิตกะปิเยาะห์มีหลังโค้งงอถึงร้อยละ
88.73 มีเพียงร้อยละ 11.27 เท่านั้นที่นั่งหลังตรงขณะทำงาน ผู้ผลิตกะปิเยาะห์มีวิธีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยยืดแขนยืดขาร้อยละ
45.07 รองลงมาคือ ยืดเส้น ยืดสายโดยไม่ระบุรายละเอียด ร้อยละ 25.35
อาการเจ็บป่วยจากการเย็บกะปิเยาะห์พบว่าปวดเมื่อยมากที่สุดถึงร้อยละ
47.92 รองลงมาคือปวดหลัง ร้อยละ 11.46 หากจัดเป็นกลุ่มอาการ พบว่าปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ร้อยละ 76.04 ทางเดินหายใจ ร้อยละ 17.71 และสายตา เพียงร้อยละ 1.04
ถ้าเจ็บป่วยจากการเย็บ กะปิเยาะห์แล้ว ผู้ผลิตกะปิเยาะห์เลือกวิธีรักษาโดยไปพบเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย
ร้อยละ 58.90 รองลงมาคือทานยา ร้อยละ 19.18
ผู้ผลิตกะปิเยาะห์มีผลกระทบจากการใช้ความร้อนฉลุลายกะปิเยาะห์คือแสบตา
ร้อยละ 50 มีกลิ่นไหม้ ร้อยละ 16.67 ส่วนร้อยละ 33.33 ไม่ได้รับผลกระทบ
ในช่วงกลางวัน ผู้ผลิตกะปิเยาะทั้งหมดไม่เปิดไฟให้สว่างขณะฉลุลายกะปิเยาะห์
ขณะที่ฉลุลายกะปิเยาะห์ ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ส่วนใหญ่ไม่ใส่แว่น คิดเป็นร้อยละ
92 มีเพียงร้อยละ 8 ที่ใส่แว่นสายตายาวเนื่องจากอายุมาก ผู้ผลิตกะปิเยาะห์มีวิธีการพักสายตาระหว่างการฉลุลายกะปิเยาะห์โดยพักชั่วคราว
ร้อยละ 71.44 ถ้ามีการพักสายตา พักนาน 16-30 นาที ร้อยละ 55.55 รองลงมาคือพักสายตา
1-15 นาที ร้อยละ 33.33 ขณะฉลุลายกะปิเยาะห์ ลักษณะหลังของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ทั้งหมดมีลักษณะโค้งงอ
มีวิธีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อของผู้ฉลุลายกะปิเยาะห์ ใช้วิธียืดเส้นยืดสาย
ร้อยละ 75 รองลงมา คือ เดินออกกำลังกาย ร้อยละ 16.67อาการเจ็บป่วยจากการฉลุกะปิเยาะห์
พบว่ามีอาการปวดเมื่อยมากที่สุดถึงร้อยละ 54.54 รองลงมาคือแสบตา ร้อยละ
18.18 ถ้าเจ็บป่วยจากการฉลุกะปิเยาะห์แล้ว ผู้ผลิตกะปืเยาะห์มีวิธีรักษา
โดยไปพบเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยตำบลกะมิยอ ร้อยละ 64.71 ทานยาร้อยละ
11.76 พักผ่อน ร้อยละ 11.76
สรุปภาพรวม
ของผู้ผลิตกะปิเยาะห์มีการใช้บริการด้านสุขภาพจากทสถานีอนามัยตำบลกะมิยอมากที่สุดถึงร้อยละ
81.25 ใช้บริการจากโรงพยาบาล ร้อยละ 11.61 ใช้บริการที่คลินิก ร้อยละ
4.46 เมื่อจำแนกอาการเจ็บป่วยและสถานพยาบาล พบว่าผู้ผลิตกะปิเยาะห์
ยังนิยมรักษาอาการเจ็บป่วยทุกประเภทโดยพบเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยตำบลกะมิยอ
ผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ได้คำแนะนำจากสถานบริการสุขภาพ โดยให้พักผ่อนร้อยละ
34.18 รองลงมา คือ ออกกำลังกาย ร้อยละ 32.91 และทานยา ร้อยละ 16.45
เมื่อถามประวัติการตรวจสุขภาพประจำปี พบว่าผู้ผลิต กะปิเยาะห์ส่วนใหญ่ไม่เคยตรวจสุขภาพ
คิดเป็นร้อยละ 74.16 เคยตรวจสุขภาพประจำปี ร้อยละ 25.84 หากเคยตรวจสุขภาพประจำปี
พบอาการเจ็บป่วยที่พบคือเบาหวาน ปวดหลังปวดเอว ปวดหัว และโรคหอบอย่างละ
1 คน
ความเห็นของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ไม่แน่ใจว่าอาการเจ็บป่วยเกิดจากการทำกะปิเยาะห์ถึงร้อยละ
63.92 คิดว่าเกิดจากการผลิตกะปิเยาะห์ ร้อยละ 21.65 และคิดว่าไม่ใช่เกิดจากการผลิตกะปิเยาะห์
ร้อยละ 14.43 เหตุผลที่ผู้ผลิตกะปิเยาะห์คิดว่า อาการเจ็บป่วยเกิดจากการผลิตกะปิเยาะห์
คือ การทำงานที่ต้องนั่งนานๆ ถึงร้อยละ 73.32 เมื่อสอบถามความต้องการตรวจสุขภาพ
ของผู้ผลิตกะปิเยาะห์พบว่าต้องการตรวจสุขภาพร้อยละ 60.20 รองลงมาคือตรวจหรือไม่ตรวจสุขภาพก็ได้
ร้อยละ 31.60 และไม่ต้องการตรวจสุขภาพเพียงร้อยละ 8.20 เหตุผลที่ผู้ผลิต
กะปิเยาะห์ต้องการตรวจสุขภาพ พบว่า ต้องการรู้ว่าสุขภาพของตนเองเป็นอย่างไร
ร้อยละ 53.70 รองลงมาคือต้องการทราบวิธีการป้องกันรักษา ร้อยละ 25.93
คณะผู้วิจัย
15 พฤษภาคม 2550
|
|