ส่วนที่
4(ต่อ) 
กระบวนการวิจัย
ประชาธิปไตยเบ่งบาน
เลือกตั้งประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และแต่งตั้งกรรมการฝ่ายต่างๆ
วันที่ 1 มีนาคม 2547 ณ โรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ
มีผู้เข้าร่วม 21 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการ
บริหารและทีมวิจัย 18 คน หน่วยงานภาครัฐ 5 คน และหน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง
1 คน
เป็นสักขีพยานในการเลือกตั้งประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และตำแหน่งอื่นๆ
ร่วมกันกำหนดบทบาทหน้าที่ของ
คณะกรรมการแต่ละฝ่าย กำหนดการบริหารจัดการกลุ่ม การชำระค่าหุ้น และเตรียมเวทีการประชุมวัน
ที่ 11 มีนาคม 2547 เรื่องการออมทรัพย์ และเปิดตัวคณะกรรมการบริหาร
กระบวนการเริ่มจากชี้แจงวัตถุประสงค์ของเวที
ลำดับความเป็นมาปัญหา และการดำเนินการของกลุ่มที่
ผ่านมา เลือกตั้งตำแหน่งประธาน เลขานุการ และเหรัญญิก แต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายต่างๆ
เพื่อบริหารจัดการกลุ่ม
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร
หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน
ประกอบด้วยคุณสนิท ตั้นซ้าย ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดปัตตานี
คุณแวดาโอะ แวดอ
เลาะ เจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดปัตตานี คุณแวอาแซ แวหามะ ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี
คุณ
ประภาพร อัลภาชน์ พัฒนากรอำเภอเมืองปัตตานี และผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ
คุณสนิท ตั้นซ้าย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม
และให้อาจารย์กรวิภารายงานความเป็นมาในการรวม
กลุ่มของกลุ่ม ซึ่งอาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ก็ได้เล่าความเป็นมาของกลุ่มว่า
จากการศึกษาข้อมูลกลุ่มอาชีพเย็บ
กะปิเยาะห์ตำบลกะมิยอนั้นเพียงกลุ่มเดียว แต่เมื่อสำรวจจริงๆ แล้วปรากฏว่ามีถึง
78 กลุ่ม และถ้ารวมกับเครือข่าย
ตำบลอื่นๆ ปรากฏว่ามีถึง 115 กลุ่ม ในการสำรวจข้อมูลนั้นทาง กศน. ร่วมกับ
สกว. และแกนนำกลุ่มอาชีพเย็บ
กะปิเยาะห์ ทำโครงการวิจัยท้องถิ่นเรื่อง ศึกษาปัญหาของผู้ผลิตกะปิเยาะห์รายย่อย
เพื่อต้องการทราบปัญหาของ
กลุ่มอาชีพเย็บกะปิเยาะห์ ซึ่งจากการเก็บศึกษาปัญหาของกลุ่ม ปรากฏว่ากลุ่มอาชีพเย็บกะปิเยาะห์มีปัญหาในด้าน
ราคาของกะปิเยาะห์ตกต่ำ เลยเกิดแนวคิดที่จะจัดตั้งกลุ่มเพื่อช่วยเหลือสมาชิก
เมื่อวันที่ 8 มกราคม
2547 ที่ผ่านมา ได้มีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในด้านเศรษฐกิจ ได้มาเยี่ยมกลุ่มอาชีพ
ปักผ้าคลุมผมที่ตันหยงลีมอ ตำบลคลองมานิง จากการเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม
ในขณะเดียวกันที่บ้านประธาน
กลุ่มมีการทำกะปิเยาะห์อยู่ด้วย ซึ่งท่านได้สนใจกะปิเยาะห์เป็นพิเศษเนื่องจากเป็นสินค้าส่งออก
และได้นำเรื่องดัง
กล่าวเป็นรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอสนับสนุนจากรัฐบาล
ต่อมาวันที่ 22 กุมภาพันธ์
2547 กลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ได้ร่วมกันพิจารณาร่างระเบียบข้อบังคับกลุ่มฯ
และ
ได้เลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ และได้กำหนดวันประชุมคัดเลือกตำแหน่ง
ประธานกรรมการ เลขานุการ
เหรัญญิก และตำแหน่งอื่นๆ ที่เหมาะสมในวันนี้ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มนั้น
เพื่อจำหน่ายวัสดุ อุปกรณ์ใน
การเย็บกะปิเยาะห์
ในการดำเนินงานที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากพัฒนาการอำเภอเมืองปัตตานี
สหกรณ์ออมทรัพย์อิบนู
อัฟฟาน สหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี สหกรณ์จังหวัดปัตตานี และสถาบันการเงินอื่น
ๆ โรงเรียนชุมชนบ้าน
กะมิยอ และผู้นำท้องถิ่น
ผู้ช่วย ศนจ.ปัตตานี
(นายสนิท ตั้นซ้าย) กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นกลุ่มมีความตั้งใจในการรวมกลุ่ม
และ
การรวมกลุ่มนั้นเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างมาก ซึ่งตนได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด
และเคยมาเยี่ยมกลุ่มนี้ หมู่บ้าน
นี้หลายครั้งแล้ว ได้พาทีมคณะจากส่วนกลางมาเยี่ยมกลุ่มเมื่อปีที่ผ่านมาที่บ้านคุณอับดุลการีม
การีมะ ตำบลกะมิยอ
เป็นตำบลที่พัฒนาแล้ว ประชาชนมีฐานะดี มีอาชีพทำกะปิเยาะห์ ซึ่งในปีหนึ่งๆ
ทำรายได้เข้าเป็นสิบๆ ล้านบาท
ในการรวมกลุ่มนั้นมีหลักในการบริหารกลุ่มคือ
กลุ่มนั้นต้องมีประโยชน์ร่วมกัน กลุ่มนั้นต้องมีการ
ประชุมปรึกษาหารืออยู่สม่ำเสมอ กลุ่มนั้นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน คณะกรรมการต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการ
ต้องมีการศึกษาดูงานเพื่อเปิดมิติใหม่ๆ ผู้นำกลุ่มต้องมีภาวะผู้นำ มีความกระตือรือร้น
ทันต่อสภาวการณ์
ในการรวมกลุ่มนั้นต้องพยายามให้มีอำนาจในการต่อรองได้ หากกลุ่มอาชีพมีอำนาจในการต่อรองแล้ว
ปัญหาราคาหมวกที่ตกต่ำก็จะได้รับการแก้ไข ตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ
ซึ่งรัฐบาลไทยได้ร่วมมือ
กับประเทศที่ผลิตยางพาราให้มีการรวมกลุ่มกัน ทำให้มีอำนาจในการต่อรองในตลาดโลกได้
ทำให้ปัจจุบันราคายาง
สูงขึ้น กลุ่มหมวกก็เช่นเดียวกันหากมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง
ฝากให้กลุ่มมีความตั้งใจและจริงใจในการรวมกลุ่ม
ให้เกิดความเข้มแข็งเกิดการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเอง
อย่าไปหวังการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียว
ขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยงานที่มีส่วนในการสนับสนุนกลุ่มอาชีพ
หากท่านใดมีปัญหาอยากใช้ กศน.
สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดปัตตานี โทร 0 7333
3051
คุณอุสมาน ดือราแม ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตานี
ขอบคุณท่านผู้
ช่วยฯ สนิท ตั้นซ้ายที่เสียสละเวลามาให้แนวคิดต่างๆ ในการรวมกลุ่ม และคิดว่าทางกลุ่มจะได้รับแนวคิดที่เป็น
ประโยชน์มาพัฒนากลุ่มในโอกาสต่อไป
คุณนาซีเราะห์ ปูเต๊ะ
เสนอข้อมูลผู้ที่แจ้งความจำนงในการถือหุ้นในขณะนี้ คร่าวๆ ประมาณ 5 แสนกว่า
บาทแล้ว และยังมีอีกมากที่ยังไม่แจ้งมา
ที่ประชุมดำเนินการเลือกตำแหน่ง ประธาน เลขานุการ เหรัญญิก คุณนาซีเราะห์
ปูเต๊ะ ได้อ่านทบทวน
หน้าที่ของประธาน เลขานุการ และเหรัญญิก ตามที่ได้กำหนดในระเบียบข้อบังคับกลุ่ม
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ
สหกรณ์จังหวัดปัตตานี เสนอให้กลุ่มมีคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อทำหน้าที่
ตรวจสอบการดำเนินการ กลุ่มให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
คุณแวอาแซ แวหามะ ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานีแนะว่ากลุ่มควรมีคณะกรรมการฝ่ายการ
ตลาด ฝ่ายพัฒนาคุณภาพ และให้มีคณะอนุกรรมการ
ขั้นตอนการเลือกตั้งจะใช้บัตรลงคะแนนแบบง่ายๆ
ที่คิดขึ้นมาเอง กำหนดตำแหน่งที่จำเป็นต้องเลือกคือ
ประธาน เลขานุการ และเหรัญญิก เมื่อกรรมการทุกคนได้รับบัตรลงคะแนนแล้ว
ก็ให้เขียนในช่องหมายเลข 1 ว่า
เห็นชอบให้ใครเป็นประธาน เขียนในช่องหมายเลข 2 ว่าเห็นชอบให้ใครเป็นเลขานุการ
และเขียนในช่อง
หมายเลข 3 ว่าเห็นชอบให้ใครเป็นเลขานุการ ก่อนรวบรวมบัตรลงคะแนนมาหย่อนลงหมวกซอเกาะ
ในระหว่างนี้มีเหตุชุลมุนคือ
ทีมวิจัยท่านหนึ่งไม่ได้เป็นกรรมการ แต่ได้มาหย่อนบัตรด้วย คุณอุสมาน
ดือราแม ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธาน
กรรมการเลือกตั้งเฉพาะกิจ ต้องให้ผู้หย่อนบัตร หยิบออกไป และมีกรณีกรรมการท่านหนึ่งไม่ได้เข้า
ร่วมประชุม แต่ส่งตัวแทนมาลงคะแนน พร้อมกับโทรศัพท์เข้ามาระหว่างการเลือกตั้ง
แต่ที่ประชุมเห็นว่าการลงคะแนนไม่ควรลง
แทนกันได้ ในเมื่อเจ้าของสิทธิไม่อยู่ ก็ถือว่าต้องสละสิทธิในการลงคะแนน
ผลการลงคะแนนโดยตรงและลับ
ปรากฏว่า
1. นายสะมาแอ เจะมะ เป็นประธานกรรมการ
2. นางนาซีเราะห์ ปูเต๊ะ เป็นเลขานุการ
3. นายมะยิ ยีมะเย็ง เป็นเหรัญญิก
นายสะมาแอ เจะมะ ได้ขึ้นมาเป็นประธานในการประชุม
พร้อมกับดำเนินการคัดเลือกกรรมการ
ฝ่ายต่างๆ ที่คิดว่าจำเป็นต้องมี เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการบริหารกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่ง
กายมุสลิมปัตตานี โดยมีเจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดปัตตานีช่วยแนะนำด้วย
จนได้ปรากฏผลดังนี้
1. ฝ่ายการตลาด
(1) นายอับดุลการีม การีมะ หัวหน้าฝ่าย
(2) นางมีดะห์ เจะอูบง กรรมการ
(3) นายมะยูโซะ เจะปอ กรรมการ
(4) นายอับดุลเลาะ ตาแกะ กรรมการ
(5) นายอาแซ อูมา กรรมการ
2.
ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์
(1) นางมีดะห์ ดือราแม หัวหน้าฝ่าย
(2) นายอับดุลการีม การีมะ กรรมการ
(3) นายมะยิ ยีมะเย็ง กรรมการ
3.
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
(1) นายหามะ หะยีนิเงาะ หัวหน้าฝ่าย
(2) นางบุญญานุช หะยีอาแซ กรรมการ
(3) นายหามะ แวอาลีมาแย กรรมการ
4.
ฝ่ายตรวจสอบ
(1) นายมัตตาร์ อูมา หัวหน้าฝ่าย
(2) นายอับดุลเลาะ เจะอูบง กรรมการ
(3) นายมะยูโซะ เจะปอ กรรมการ
5.
ฝ่ายระดมทุน
(1) นายอับดุลเลาะ ตาแกะ หัวหน้าฝ่าย
(2) นายหามะ หะยีนิเงาะ กรรมการ
(3) นายแวหามะ แวอาลีมาแย กรรมการ
คณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ ได้ร่วมกันกำหนดแผนการดำเนินงานของกลุ่มได้อย่างเป็น
ขั้นตอน ดังนี้
1. กำหนดวันรับสมัครสมาชิก ตั้งแต่วันนี้ สิ้นสุดวันที่ 9 มีนาคม 2547
ส่งใบสมัครที่เลขานุการ คุณนาซี
เราะห์ ปูเต๊ะ พร้อมค่าสมัคร 50 บาท
2. กำหนดจ่ายค่าหุ้น ตั้งแต่บัดนี้ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2547 หัวหน้ากลุ่มรวบรวมส่งเงินให้เหรัญญิก
กลุ่ม คุณมะยิ ยีมะเย็ง เป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงิน
3. กำหนดวันเปิดร้าน 1 เมษายน 2547
4. การเปิดบัญชี
(1) นายสะมาแอ เจะมะ
(2) นางนาซีเราะห์ ปูเต๊ะ
(3) นายมะยิ ยีมะเย็ง
(4) นายอับดุลเลาะ ตาแกะ
การเบิกถอนเงินสดจากบัญชีสามารถเบิกได้ 2 ใน 4 ของคณะกรรมการที่เปิดบัญชี
วาระต่อไปเป็นการหารือเรื่องการจัดเตรียมเวทีวันที่
11 มีนาคม 2547 เพื่อเสริมความรู้เรื่องการออม
ทรัพย์ และเป็นโอกาสที่ดีที่จะเปิดตัวคณะกรรมการบริหารที่ได้ตำแหน่งและบทบาทชัดเจนแล้ว
การกำหนดวาระเป็นดังนี้
1. ชี้แจงวัตถุประสงค์การออม
2. วิทยากร
(1) สหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี หรือสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
(2) พัฒนาการอำเภอ
3. สถานที่ โรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ
4. ระยะเวลา ครึ่งวัน
เรื่องอื่นๆ
มีการแจ้งให้ทราบ 3 เรื่อง คือ
- ราคาขายหมวกเกรด A ปัจจุบันอยู่ที่ 500 บาท/กุดี
- ยังมีสมาชิกที่ตกค้างการสำรวจอีก
- ยังมีสมาชิกบางท่านที่เป็นทั้งลูกน้องและเป็นทั้งผู้ประกอบการรายย่อย
ต้องจัดแยกประเภทให้ดี
วันที่ 9 มีนาคม 2548 ณ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี
นัดหมายทีมวิจัย 6 คน
และเจ้าหน้าที่หน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่างมาประชุมวางแผนการจัดเวท
ี แนะนำ
กรรมการบาทหน้าที่ของกรรมการต่อเครือข่าย พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการออมทรัพย์
ในวันที่
11 มีนาคม 2547
ที่ประชุมกำหนดรูปแบบกิจกรรม แบ่งบทบาทหน้าที่
และจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในเวที
เปิดตัวคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ
สรุปการดำเนินงานของกลุ่ม และให้ความรู้เรื่องการออมทรัพย์
วันที่ 11 มีนาคม 2547
เป็นเวทีใหญ่อีกครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ มีผู้เข้าร่วมถึง
103 คน ประกอบด้วย สมาชิกกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ฯ จำนวน 103 คน แขกผู้มีเกียรติ
และทีมงานวิจัยอีกจำนวน 9
คนเพื่อประกาศให้สมาชิกได้รับทราบโดยทั่วกันถึงตำแหน่งต่าง ๆ ของคณะกรรมการบริหารกลุ่ม
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ละฝ่าย สรุปผลการดำเนินงานกลุ่มที่ผ่านมา
ให้ความรู้เรื่องการออมทรัพย์แก
่สมาชิกโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
ประธานกลุ่ม (นายสะมาแอ
เจะมะ) เล่าความเป็นมาที่จะมีการประชุมในวันนี้ว่า สืบเนื่องจากการประชุม
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2547 ที่สมาชิกได้เลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่มทั้ง
15 คน มาทำหน้าที่บริหารจัดการ
กลุ่ม ซึ่งในวันนั้นยังไม่ได้มีการตั้งตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมการชุดดังกล่าว
โดยเวทีวันนั้นสมาชิกให้คณะ
กรรมการที่ได้รับเลือกทั้ง 15 คน เลือกตำแหน่ง ประธาน เลขา เหรัญญิก
และตำแหน่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คณะ
กรรมการทั้ง 15 คนที่ได้รับเลือก ได้กำหนดการประชุมคัดเลือกตำแหน่ง ประธาน
เลขานุการ เหรัญญิก และ
ตำแหน่งอื่นๆ ในวันที่ 1 มีนาคม 2547 ซึ่งที่ประชุมมีข้อยุติดังนี้
รายชื่อคณะกรรมการบริหารกลุ่มผลิตหมวกกะปิเยาะและเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
ชื่อ-
สกุล |
ตำแหน่ง
|
ที่อยู่
|
โทรศัพท์ |
| นายสะมาแอ
เจะมะ |
ประธาน |
20 ม.2
ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-9976-4866 |
| นางนาซีเราะห์
ปูเต๊ะ |
เลขานุการ |
ม.2
ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-1368-4802 |
| นายมะยิ
ยีมะเย็ง |
เหรัญญิก |
2/2
ม.5 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-1094-2428 |
| นายอับดุลการีม
การีมะ |
หน.ฝ่ายการตลาด |
23 ม.2
ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-7332-3673 |
| นางมีดะห์
เจะอูบง |
ฝ่ายการตลาด |
52/3
ม.2 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
- |
| นายมะยูโซะ
เจะปอ |
ฝ่ายการตลาด |
100
ม.7 ต.ตาแกะ อ.ยะหริ่ง |
0-9877-7265 |
| นายอับดุลเลาะ
ตาแกะ |
ฝ่ายการตลาด
|
17 ม.7
ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-1898-7068 |
| นายอาแซ
อูมา |
ฝ่ายการตลาด |
2/1
ม.5 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-9294-9063 |
| นางมีดะ
ดือราแม |
หน.ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ |
27/1
ม.2 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
- |
| นายอับดุลการีม
การีมะ |
ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์
|
23 ม.2
ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-7332-3673 |
| นายมะยิ
ยีมะเย็ง |
ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์
|
2/2
ม.5 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-1094-2428 |
| นายหามะ
หะยีนิเงาะ |
หน.ฝ่ายประชาสัมพันธ์
|
- |
0-1093-1131 |
| นางบุญญานุช
หะยีอาแซ |
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
|
29/2
ม.6 ต.บานา อ.เมืองปัตตานี |
0-6288-7530 |
| นายมูฮามัด
สีตีเลาะ |
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
|
- |
- |
| นายมัตตาร์
อูมา |
หน.ฝ่ายตรวจสอบ
|
1/2
ม.2 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-7332-3685 |
| นายอับดุลเลาะ
เจะอูบง |
ฝ่ายตรวจสอบ
|
- |
- |
| นายมะยูโซะ
เจะปอ |
ฝ่ายตรวจสอบ
|
100
ม.7 ต.ตาแกะ อ.เมืองปัตตานี |
0-9877-7265 |
| นายอับดุลเลาะ
ตาแกะ |
หน.ฝ่ายระดมทุน
|
17 ม.7
ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี |
0-1898-7068 |
| นายหามะ
หะยีนิเงาะ |
ฝ่ายระดมทุน
|
- |
0-1093-1131 |
| นายแวหามะ
แวอาลีมาแย |
ฝ่ายระดมทุน |
124/1
ม.4 ต.สะดาวา อ.ยะรัง |
0-9595-7303 |
ให้หัวหน้าฝ่ายต่างๆ
ชี้แจงนโยบายให้ที่ประชุมทราบถึงแผนงานและวิธีปฏิบัติ ข้อตกลงต่างๆ ที่สมาชิ
ทุกคนจะต้องถือปฏิบัติร่วมกัน
นางนาซีเราะห์
ปูเต๊ะ เลขานุการกลุ่ม ชี้แจงว่า ขณะนี้มีผู้ที่แจ้งความจำนงการสมัครเป็นสมาชิกแล้ว
จำนวน 130 คน ที่เขียนใบสมัครแล้ว โดยได้ระบุจำนวนหุ้นและวงเงินที่จะลงทุน
รวมทั้งสิ้นประมาณ
608,000 บาท ยังมีอีกที่ยังไม่ส่งใบสมัครให้กับกลุ่ม รวมทั้งของบุคคลภายนอกก็ยังไม่ได้มีการรวบรวม
นายมะยิ ยีมะเย็ง
เหรัญญิกกลุ่ม ประกาศว่า ให้แกนนำกลุ่มรวบรวมเงินส่งมายังเหรัญญิก ภายในวันที่
25 มีนาคม 2547 ซึ่งจากการประชุมครั้งก่อนนั้นได้กำหนดให้ชำระเงินภายในวันที่
31 มีนาคม 2547 นั้น เนื่องจากกลุ่มต้องการจะเปิดร้านวันที่ 1 เมษายน
2547 ก็จำเป็นที่จะต้องรวบรวมเงินให้เสร็จภายในวันที่
25 มีนาคม 2547 เพื่อฝ่ายการตลาดจะได้เตรียมการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์เข้าร้านทันกำหนดการเปิดร้านวันที่
1 เมษายน 2547
ให้แกนนำที่รวบรวมเงินจากสมาชิกขออนุญาตจากเจ้าของเงินในการจะนำเงินมาบริหารจัดการให้บรรลุ
ตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม และถูกหลักการจัดการทรัพย์ตามหลักศาสนาอิสลาม
นายอับดุลการีม
การีมะ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ชี้แจงว่าจะเปิดร้านวันที่ 1 เมษายน 2547
ให้บริการตั้งแต่
เวลา 07.30 17.30 น. ทุกวัน ทุนที่มีอยู่ 6 แสนกว่านั้น สามารถจัดซื้อวัสดุได้แค่
15 วันเท่านั้น แต่ก็จะซื้อวัสดุที่
จำเป็นก่อนเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังคงได้ไม่หมด และวันจันทร์ที่
15 มีนาคม 2547 ฝ่ายการตลาดจะไป
สำรวจหาร้านที่จำหน่ายวัสดุที่ราคาถูกที่สุด ภายในจังหวัดใกล้เคียงก่อน
เช่น ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และจังหวัด
อื่นๆ ในการไปครั้งนี้จะไปทั้งหมดทั้ง 6 คน และเหรัญญิกกลุ่มด้วย ในการไปสำรวจร้านครั้งนี้จะใช้ทุนส่วนตัวก่อน
ร้านเช่าเดือนละ 1,700 บาท บ้าน 2 ชั้น ของคุณอับดุลเลาะ ซึ่งราคาเช่าปกติ
2,000 บาทต่อเดือน แต่เขาลดให้กลุ่ม
300 บาท
นายมัตตา อูมาร์ ฝ่ายตรวจสอบ
กล่าวว่า ในการตรวจสอบงบการเงินนั้น ประกอบด้วย งบดุล งบกำไร
ขาดทุน จะตรวจสอบในรอบปีตามที่ระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับกลุ่ม จะตรวจสอบการดำเนินการกลุ่มในรอบเดือน
และหากมีข้อสงสัยจะตรวจสอบทันทีทันใด ในการตรวจสอบนั้นจะไม่แจ้งล่วงหน้า
ตนและทีมงานตรวจสอบจะทำ
หน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ต้องขออภัยล่วงหน้าว่าระยะแรกๆ จะมีการติดขัดอยู่บ้างเพราะเป็นเรื่องใหม่ตนและทีมงานยัง
ขาดความรู้และประสบการณ์
คุณอับดุลการีม
การีมะ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบุว่า ในเร็วๆ นี้มีหน่วยงานจะมาให้การอบรมในการ
ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 แบบ
1. หมวกรูปแบบใหม่
2. หมวกที่สตรีสวมใส่
3. หมวกที่สุภาพบุรุษสวมใส่
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ที่ตน
รับกลุ่มแรกประมาณ 20 30 คน จะมีการอบรมเร็วๆ นี้ และจะแจ้ง
ให้สมาชิกทราบในโอกาสต่อไป
นายอุสมาน ดือราแม
ผอ.ศบอ.เมืองปัตตานี สรุปบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย และแนะนำแขกผู้มีเกียรติ
วิทยากรที่ร่วมประชุมในครั้งนี้ ประกอบด้วย
1. นายวิชิต นวลชื่น นักวิชาการสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
2. นายฉ่าฝีอี ล่าเต๊ะ นักวิชาการสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
3. นายชาลี สีเดะ นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี
4. นายแวดาโอะ แวดอเลาะ รองประธานสหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี
และเล่าความเป็นมาในการรวมกลุ่มของกลุ่มอาชีพเย็บกะปิเยาะห์
ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน
อำเภอเมืองปัตตานี ได้จัดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลกะมิยอ ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ปีที่แล้ว
แต่กลุ่มยังไม่เป็นรูปธรรม
มากนัก อาจติดขัดหลาย ๆ ด้าน และปีงบประมาณนี้ก็ได้จัดตั้งกลุ่มต่อยอดจากปีที่แล้ว
ซึ่งปีนี้ได้พยายามดึงความ
ร่วมมือจากเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนมามีส่วนร่วม ประกอบกับปีนี้ได้รับการสนับสนุนในการทำวิจัยท้องถิ่น
จาก สกว. สนับสนุนในด้านงบประมาณ ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับกลุ่มอาชีพเย็บกะปิเยาะห์
ซึ่งจากการ
ศึกษาค้นคว้าปรากฏว่าทางกลุ่มอาชีพเย็บกะปิเยาะห์มีปัญหาเกี่ยวกับราคาหมวกตกต่ำมีปัญหาด้านเงินทุน
มีปัญหา
ด้านการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ในการเย็บกะปิเยาะห์ และที่สำคัญทางกลุ่มมีความต้องการที่จะตั้งร้านค้าเป็นร้าน
สหกรณ์ของกลุ่ม และที่ผ่านมามีแกนนำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำร่างระเบียบข้อบังคับกลุ่ม
เช่น กศน.
สหกรณ์จังหวัดปัตตานี สหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี และแกนนำกลุ่มอาชีพเย็บกะปิเยาะห์
มีการแต่งตั้งคณะ
กรรมการบริหารกลุ่มขึ้นมา เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม ซึ่งการตั้งกลุ่มนั้นจำเป็นที่จะต้องมีทุนมา
หมุนเวียน ซึ่งบางส่วนได้จากการรวมหุ้ม และการออมของสมาชิก ในขณะเดียวกันทางคณะกรรมการบริหารยังขาด
ความรู้ในเรื่องการออมทรัพย์ เลยได้เชิญทางสหกรณ์จังหวัดปัตตานี และพัฒนาการจังหวัดปัตตานีมาให้ความรู้แก่
สมาชิก
นายวิชิต นวลชื่น
หัวหน้ากลุ่มจัดตั้งสหกรณ์สำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี แนะนำตัวต่อสมาชิก
และ
ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่า สหกรณ์ ให้สมาชิกทราบว่า สหกรณ์ คือ
การรวมกลุ่มกันเพื่อแก้ไขปัญหา
ด้านเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือสมาชิก และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมในโอกาสต่อไป
สหกรณ์เป็นเรื่อง
ที่ละเอียดอ่อนสมาชิกและคณะกรรมการบริหารต้องทำความเข้าใจและศึกษาให้ดี
เพื่อจะได้เป็นสหกรณ์ที่เข้มแข็ง
บรรลุตามวัตถุประสงค์
หลักของสหกรณ์มีอยู่ 7 ข้อ คือ
1. รับสมัครสมาชิกโดยสมัครใจ
2. ควรคุมโดยหลักประชาธิปไตย ใช้เสียงข้างมากมาตัดสินหาข้อยุติ
3. ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ
4. ปกครองตนเองอย่างอิสระ
5. ต้องมีการอบรมอยู่สม่ำเสมอ
6. เป็นการรวมมือกันระหว่างสหกรณ์
7. ห่วงใยชุมชน มีความรับผิดชอบต่อสังคม
สหกรณ์ต้องมีการดำเนินธุรกิจ
ควรมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งสามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้
สะดวกขึ้น และมีการขยายงานตามความเหมาะสมของธุรกิจสหกรณ์
คณะกรรมการ หรือพนักงาน
เช่น ผู้จัดการ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ
นายฉ่าฝีอี ล่าเต๊ะ
นักวิชาการสหกรณ์จังหวัดปัตตานี เสริมว่า สหกรณ์ต้องพึ่งตนเอง ดำเนินการเอง
มีสัจจะระหว่างกัน ต้องคิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง วางกฎกติกาและถือปฏิบัติร่วมกัน
หากบกพร่องต้องร่วมกันแก้ไข
ต้องมีการตรวจสอบได้ มีระบบที่โปร่งใส มีหลักฐานการรับ จ่ายเงิน จัดทำงบการเงินประเภทต่างๆ
และส่งให้
สำนักงานตรวจเงินบัญชีและสหกรณ์เพื่อรับรองงบการเงิน ซึ่งก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือแก่กลุ่ม
มีหลักเกณฑ์การจัด
ตั้งที่ชัดเจน วัตถุประสงค์ต้องชัดเจน
นายแวดาโอะ แวดอเลาะ
สหกรณ์จังหวัดปัตตานี และรองประธานสหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี
ให้กำลังใจว่า พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต้องช่วยกันให้กลุ่มเข้มแข็ง
ต้องคิดจะทำอย่างไร มีปัญหาจะแก้ไข
ปัญหานั้นอย่างไร ต้องมีสัจจะ ให้กลุ่มอาชีพเย็บกะปิเยาะห์ของเราเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเราตลอดไป
ต้องร่วมกันแข่งขันในตลาดโลกกับประเทศอื่น ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นทันตามความต้องการของตลาด
ต้อง
ขยายตลาดและมีส่วนครองตลาดให้มาก คณะกรรมการเปรียบเสมือนผู้ควบคุมเรือโดยมีสมาชิกร่วมเดินทางไป
พร้อมๆ กัน สมาชิกไม่ควรเอาเท้าไปราน้ำ ร่วมกันพายคนละไม้คนละมือ แล้วพวกเราจะไปสู่จุดหมายด้วยความ
ปลอดภัย กลุ่มต้องมีรายได้ ซึ่งจากการขาย และมีค่าใช้จ่ายจากการบริหารงาน
คณะกรรมการต้องบริหารจัดการให้
ดี ต้องให้รายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายกลุ่มถึงจะอยู่ได้ สหกรณ์อิสลามพร้อมที่จะร่วมลงทุนกับเรา
แต่ให้เราทำโครงการ
ให้ชัดเจน
นายชาลี สีเดะ พัฒนาการจังหวัดปัตตานี
ชี้แจงงานพัฒนาการที่ทำอยู่ โดยหลักแล้วแก้ไขปัญหาวงจร
อุบาทว์ คือ โง่ จน เจ็บ
1. โง่ (ไม่มีความรู้) ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้
รู้จัดคิด รู้จักทำ รู้จักแก้ไขปัญหา
2. จน แก้ปัญหาความยากจน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน
3. เจ็บ แก้ปัญหาด้านสุขภาพ ให้ชุมชนมีพลานามัยที่แข็งแรง
การออมทรัพย์เป็นการแก้ไขปัญหาข้อที่
2 แก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักการออม รู้
จักการประหยัด ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
ฝากให้คณะกรรมการบริหาร
อย่าคิดว่าเราฉลาด เพราะมีคนกำลังจ้องจะทำลายกลุ่ม ต้องซื่อสัตย์ สุจริต
ต้องประหยัดสร้างนิสัยรักการออม การบริหารต้องยืนบนหลักความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง รัฐจะร่วมสนับสนุน
นายอุสมาน ดือราแม
ผอ.ศบอ.เมืองปัตตานี สรุปสิ่งที่ได้จากวิทยากร
1. มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ร่วมกันสร้าง ร่วมแก้ไข
2. การบริหารต้องมีความโปร่งใส
3. คณะกรรมการอย่าคิดว่าเราฉลาด เราเก่ง เพราะมีคนกำลังจ้องจะทำลาย
4. ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต
5. ต้องคิดดี ทำดี ร่วมกันป้องกันแก้ไขกลุ่มให้ดีขึ้น
6. ยอมลำบากก่อน เพื่อความสบายทีหลัง
7. ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
8. ความสำเร็จอยู่ที่พวกท่านทุกคน
9. ทุกคนต้องยึดหลักมีกฎกติกา อย่าแหกกฎ เดี๋ยวเรือล่ม
10. ทุกหน่วยงานร่วมสนับสนุน
11. จังหวัดมองเห็นศักยภาพของตำบลกะมิยอ พร้อมจะให้การสนับสนุน
12. งบประมาณมีทุกหน่วยงาน แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กร
นายสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่ม
ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมสนับสนุน และแนะนำให้สมาชิก
ก่อนจะมีการออมนั้น ให้สมาชิกทำบัญชีรายรับ รายจ่ายก่อน แล้วเหลือเท่าไหร่จึงจะมีการออม
อาจารย์กรวิภา
ขวัญเพ็ชร ชี้แจงใบสำคัญรับเงิน ให้สมาชิกทุกคนต้องลงชื่อในใบลงทะเบียน
และกรอกข้อมูล ชื่อที่อยู่ และลงชื่อในใบสำคัญรับเงิน ให้คณะกรรมการบริหารส่งรูปถ่ายให้ทาง
กศน. เพื่อทำทำเนียบคณะกรรมการบริหารกลุ่ม ขนาด 1 นิ้ว และให้ทุกคนเบิกค่าเดินทางที่ประธานกลุ่มพร้อมกับรับอาหารกลางวันที่เลขานุการกลุ่ม
วันที่ 24 มีนาคม 2547
ได้เชิญทีมวิจัย 6 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอน
ล่าง 1 คน มาวางแผนการเปิดร้านค้ากลุ่มฯ และเตรียมต้อนรับคณะจากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอระ
แงะ จังหวัดนราธิวาส มาศึกษาดูงานที่กลุ่มฯ ในการประชุมครั้งนี้ได้คุยเรื่องการตลาดและการค้าระหว่างประเทศ
ควบคู่กับมาตรฐานของกะปิเยาะห์ที่มีผลต่อการส่งออกด้วย
วันที่ 29 มีนาคม
2547 ณ ห้องประชุมศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี ได้นัดทีม
วิจัย 6 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่างมาประชุมเพื่อเตรียมการเปิดร้าน
ค้ากลุ่มผลิตกะปิเยาะและเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี อันเป็นผลสืบเนื่องจากผลการจัดเวทีวันที่
11 มีนาคม 2547
ที่กลุ่มต้องการระดมทุนเพื่อเปิดร้านจำหน่ายวัสดุให้กับสมาชิกผู้ถือหุ้น
ทำการแบ่งบทบาทหน้าที่ จัดเตรียมวัสดุ
อุปกรณ์ จัดเตรียมสถานที่ ประสานเรื่องเต้นท์ ออกหนังสือเชิญ ร่างคำกล่าวรายงาน
คำกล่าวเปิดงาน
เปิดร้านค้ากลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะและเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
ด้วยความเชื่อมั่นในคณะกรรมการบริหารกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ฯ
ส่งผลให้มีเม็ดเงินจากการระดมทุนกว่า
740,000 บาท ประธานและกรรมการต่างช่วยกันตระเวนหาร้านจำหน่ายวัสดุการทำกะปิเยาะห์ที่ดีที่สุด
ไว้วางใจได้มากที่สุด เพื่อสั่งซื้อวัสดุในปริมาณมากๆ เข้ามาไว้ขายที่ร้าน
อีกด้านหนึ่ง คุณดอเลาะ เจะอูบง ยินยอมให้เช่าห้อง
แถว 1 คูหาเพื่อเปิดเป็นร้านค้า พร้อมประกาศว่าถ้ากลุ่มดำเนินการไป 3
เดือนแล้วไม่มีกำไร ไม่ประสบความสำเร็จ
จะไม่ขอรับเงินค่าเช่า
ก่อนวันเปิดร้านค้าจำหน่ายวัสดุ
กรรมการบริหารทุกคนต่างทุ่มเทเตรียมงานทุกวัน องค์การบริหารส่วน
ตำบลกะมิยอ สนับสนุนเรื่องสีทาบ้านมาแต่งแต้มให้ร้านค้าดูสวยสดใส อนุเคราะห์เต้นท์กันแดดที่แผดกล้าของเดือน
เมษายน บรรดาแม่บ้านก็ขมักขเม้นในการทำขนมจีนเพื่อจัดเลี้ยงในวันงาน
ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับการต้อนรับผู้
มีเกียรติจากฝ่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บุคคลที่เคยช่วยเหลือเป็นมิตรที่ดีมาตลอด
วันที่
1 เมษายน 2548 นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าของกลุ่มฯ ตลอดจนให้สมาชิกได้ใช้
บริการและเป็นที่รู้จักของหน่วยงานและคนทั่วไปแล้ว ความหมายที่สำคัญมากกว่านั้นคือพลังที่เกิดจากการรวมกลุ่ม
ของชาวบ้านเอง ในวันนี้มีผู้เข้าร่วม 130 คน ประกอบด้วยกรรมการบริหารกลุ่มและทีมวิจัยชาวบ้าน
ผู้บริหารและ
บุคลากรของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดปัตตานี สหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี
สหกรณ์ออมทรัพย์อิบนู
อัฟฟาน สหกรณ์จังหวัดปัตตานี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี องค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ
ธนาคาร
ออมสินปัตตานี ธนาคารเพื่อผู้ประการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร (ธกส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาปัตตานี นายอำเภอเมืองปัตตานี
และเจ้าหน้าที่หน่วย
ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง
กระบวนการเริ่มจากละหมาดฮายัด
ขอพรให้ร้านดำเนินไปด้วยดี กล่าวต้อนรับและดำเนินเวทีโดยผู้อำนวย
การศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี ประธานกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ฯ
กล่าวรายงาน นาย
อำเภอเมืองปัตตานีกล่าวเปิด ตัดริบบิ้นเปิดร้านจำหน่ายวัสดุ และประชุมสรุปลักษณะกะปิเยาะห์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
เพื่อประโยชน์ต่อการผลิตอย่างระมัดระวัง
คุณอุสมาน
ดือราแม ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี
ได้เล่าความเป็น
มาเบื้องต้นของการรวมกลุ่ม โดยผ่านงานวิจัยท้องถิ่น
ประธานกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะฯ
ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ ความเป็นมาของปัญหาที่ต้องรวมกลุ่ม กิจกรรมที่ผ่าน
มา 26 ครั้งกว่าจะมาเป็นกลุ่ม และแจ้งยอดเงินที่สมาชิกระดมทุนกันเองได้มากกว่า
500,000 บาท
นายอำเภอเมืองปัตตานี
ได้กล่าวชื่นชม และอยากให้เกิดภาพดีๆ กับปัตตานีบ้าง ไม่ใช่มีแต่ข่าวร้ายๆ
ให้
ข้อคิดว่าระบบการศึกษาของเรา สอนให้จ่ายเงิน ไม่สอนให้รู้จักหาเงิน เช่น
คณิตศาสตร์สอนว่ามีเงินอยู่ 100 บาท
ใช้ไปเท่านั้นเท่านี้ แล้วจะเหลือกี่บาท แต่ไม่เคยสอนว่ามีเงิน 100 บาท
จะทำอย่างไรให้เกิดผลมากกว่า 100 บาท
และอวยพรให้กลุ่มสำเร็จ ก่อนตัดริบบิ้นเปิดร้าน จำหน่ายวัสดุให้สมาชิกเข้าไปซื้อของ
ซึ่งมีผู้คนแห่แหนเข้าไปใน
ร้านจำนวนมาก ช่วยประเดิมกันซื้อวัสดุภายในร้าน เป็นภาพของความสำเร็จเบื้องต้นที่คณะกรรมการบริหารกลุ่ม
พอใจอย่างยิ่ง
ก่อนกลับ
ได้ให้มีการแบ่งกลุ่มตามอำเภอ เพื่อระดมความเห็นของกะปิเยาะห์ที่ไม่ดี
ไม่ได้มาตรฐาน ด้วย
การแจกบัตรคำให้เขียนบ้าง ล้อมวงคุยกันแล้วมีคนบันทึกส่งคืนมาบ้าง ผลที่ได้สำหรับกะปิเยาะห์ที่ไม่มีมาตรฐาน
คือ กะปิเยาะห์สีขาวนั้นมีสีที่ไม่สม่ำเสมอกัน บิดเบี้ยวไม่ได้รูปทรง
เส้นด้ายเย็บหลุดลุ่ย ลายฉลุมีรอยไหม้ ฯลฯ แต่
เนื่องจากมีเวลาไม่มากนัก จึงหารือกันได้ไม่นานก็แยกย้ายกันกลับก่อน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเวทีครั้งนี้คือผู้ดำเนินรายการ
และประธานในพิธีใช้ภาษามลายูท้องถิ่นในการพูดคุย
ทำให้บรรยากาศเป็นกันเอง ชาวบ้านมีส่วนร่วมเป็นอย่างดี
ประชุมคณะกรรมการบริหารกลุ่มผู้ผลิตหมวกกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
วันที่
19 เมษายน 2547 ถือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยใช้ชั้น
2 ของร้านค้าจำหน่าย
วัสดุเป็นสถานที่ประชุม มีผู้เข้าร่วมคือคณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ 14 คน
และกำหนดวาระการพูดคุยไว้ คือ วาระ
แจ้งเพื่อทราบ การรับซื้อกะปิเยาะห์ การสั่งซื้อวัตถุดิบ การส่งออก การจดทะเบียนกลุ่ม
การจัดโควต้ากะปิเยาะห์
และเรื่องอื่น ๆ
1. แจ้งให้ทราบ
ทางกลุ่มฯ
ได้ติดต่อการส่งออกกะปิเยาะห์รอบแรกของกลุ่ม ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะส่งหมวก
ประมาณ 11,000 กุดี (220,000 ใบ) ให้ทางสมาชิกเร่งรวบรวมผลผลิตของแต่ละคนให้ได้ตามยอดดังกล่าว
2. การรับซื้อกะปิเยาะห์
ในรอบแรกนี้ทางกลุ่มเสนอส่งหมวกที่ทำแล้วหรือที่มีอยู่แล้วไปก่อน
โดยยังไม่คัดเกรด ในรอบหน้าทาง
กลุ่มจะตรวจสอบคุณภาพ คัดเกรด และให้ผู้ประกอบการควบคุมสมาชิกของแต่ละคนด้วย
เพื่อเน้นคุณภาพ และจะ
ส่งตัวอย่างหมวกเกรดปานกลาง 100 กุดี หากส่งตัวอย่างหมวกเกรดที่ดีที่สุดเกรงว่าเวลาได้รับรายการสั่งซื้อหมวก
ตามแบบที่กำหนด สมาชิกหลายรายไม่สามารถทำได้ตามแบบที่ได้เสนอไว้ ด้วยเหตุนี้จึงส่งหมวกเกรดปานกลางที่
สมาชิกทุกคนสามารถทำได้
ในการส่งหมวก
ทางกลุ่มมีการจดรหัสของสมาชิกแต่ละท่านเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ หากมีข้อผิดพลาด
สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นของสมาชิกคนใด
สมาชิกทุกคนต้องเคารพกฎระเบียบของกลุ่ม
หากไม่ปฏิบัติตามสามารถถอนชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
กลุ่มได้
3. การสั่งซื้อวัสดุ
คุณมะยูโซะ
เจะปอ ได้แจ้งว่าคนที่กลุ่มติดต่อในการซื้อวัตถุดิบนั้น ยังไม่กลับ แต่ก็ได้ติดต่อเพื่อสั่งซื้อ
เป็นจำนวนมาก และได้ส่งตัวอย่างผ้าที่กลุ่มต้องการให้แล้ว ส่วนผ้าเกรฟ
999 ถ้าจะสั่งในจำนวนมาก ทางผู้สั่งซื้อ
ไม่กล้าสั่ง เพราะเป็นโลโก้ของคนอื่นที่ใช้สิทธิตรงนี้อยู่ ทางกลุ่มควรจะทำโลโก้เฉพาะกลุ่ม
และจะต้องอธิบายให้
สมาชิกเข้าใจว่าเป็นผ้าชนิดเดียว เพียงแค่เปลี่ยนโลโก้เท่านั้น
คุณอับดุลเลาะ
ตาแกะ เสนอให้สั่งผ้าในจำนวนน้อยก่อน หรือสั่งซื้อผ้า 2 ชนิดที่ไม่มีปัญหาเรื่องโลโก้ก่อน
คือ ผ้าแข็ง (ขาวกรรไกร) กับผ้าเวฟลุค ส่วนผ้าเกรฟนั้น ถ้าจำเป็นจะต้องสั่งผ้าเกรฟ
999 เพื่อความมั่นใจของสมาชิกที่ติดกับโลโก้เดิม ก็จะสั่งร้านเดิมก่อน
คุณสะมาแอ
เจะมะ เสนอถ้าจะทำโลโก้ของกลุ่ม ราคาผ้าจะต้องถูกกว่า ผ้าเกรฟ 999 เพราะคนส่วนใหญ่
จะใช้ผ้าเกรฟ 999 ถ้าราคาเหมือนกันคนก็ต้องซื้อผ้าเกรฟ 999 อยู่แล้ว
มติที่ประชุม
ผ้าเกรฟ 999 สั่งจากบริษัท (แต่ก็ยังไม่รู้ว่าบริษัทไหน) ส่วนผ้าแข็งกับเวฟลุค
สั่งจากโรงงาน
(ยังไม่รู้ว่าโรงงานไหน)
4. การจดทะเบียนกลุ่ม
ประธานกล่าวว่ากลุ่มของเรายังไม่เป็นนิติบุคคล
เพราะถ้าเป็นนิติบุคคลจะสามารถทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ
ได้ สามารถฟ้องร้องเมื่อเกิดการผิดสัญญากัน ดำเนินกิจการของกลุ่มสะดวกขึ้น
สามารถสร้างเครดิตให้กับกลุ่ม
มติที่ประชุมให้มีการจดทะเบียนกลุ่ม แต่จะปรึกษาหารืออีกครั้งในรายละเอียด
5. การส่งออก
ค่าใช้จ่ายในการส่งออก
หรือค่าขนส่ง พ่อของฟูอัต (ตัวแทนฝากขายที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย) เป็นผู้รับผิด
ชอบออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน และทางกลุ่มให้เปอร์เซ็นต์กับพ่อของฟูอัต
กุดีละ 1 บาท กำไรจะได้กับกลุ่มอีกกุดี
ละ 4 บาท
6. การจัดโควต้าหมวกในการส่งออก
คุณนาซีเราะห์
ปูเต๊ะ ได้กล่าวว่า มีสมาชิกถามในการจัดโควต้าหมวก อยากให้กลุ่มจัดโควต้าหมวก
ในการส่งออก โดยให้ยึดจำนวนหุ้นเป็นหลัก ผู้ที่ถือหุ้นมากมีสิทธิส่งหมวกได้มาก
ให้กลุ่มระบุว่าจำนวน 1 หุ้นสามารถส่งได้กี่กุดี
มติที่ประชุม
ในรอบแรกไม่ได้กำหนดโควต้า แต่ภายหลังจะกำหนดโควต้า และจะปรึกษาหารือกันในภาย
หลัง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนยอดสั่งซื้อหมวกจากกลุ่มว่าแต่ละครั้งมีปริมาณเท่าใด
หากหมวกไม่พอกับจำนวน
การสั่งก็สามารถส่งได้ไม่มีการกำหนด หากหมวกเกินก็จะกำหนดตามอัตราส่วนที่จะตกลงกัน
7. เรื่องอื่น ๆ
ที่ประชุมเสนอให้ทำโลโก้บนถุงพลาสติกที่จะบรรจุหมวกในแต่ละใบ
โดยให้ติดต่อสอบถามข้อมูล รูปแบบ
ของถุงพลาสติก กำหนดไว้ 2 รูปแบบ คือ แบบสี่เหลี่ยมทั่วไป และถุงพลาสติกทรงสามเหลี่ยม
ราคาแตกต่างกัน
อย่างไร คุ้มทุนหรือไม่ โดยมอบหมายให้คุณสะมาแอ เจะมะ ไปปรึกษาหารือรูปแบบโลโก้กับคุณวิรัช
เอี่ยมปลัด
(สกว.) ส่วนเรื่องถุงพลาสติกให้คุณอับดุลการีมไปสอบถามรายละเอียดและให้คณะกรรมการอีก
3 คนติดต่อประสาน
งานกัน
เมื่อได้ข้อยุติแล้ว
ตัวแทนในที่ประชุมได้อ่านซูเราะห์อัสรี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้การดำเนินการของกลุ่ม
สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ความสำเร็จของกลุ่มฯ ได้รับการขานตอบจากแวดวงวิชาการ
หลังจากเปิดร้านค้าจำหน่ายวัสดุได้ไม่นาน
วันที่ 21 พฤษภาคม 2548 ได้รับการประสานงานจากสถาบัน
วิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) ที่นำคณะประกอบด้วย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
(สนช.) สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) จำนวน 2 คน หน่วยระบาดวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยงสขลานครินทร์จำนวน 1 คน และหน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง
3 คน โดยมีทีมวิจัยกะปิเยาะห์ จำนวน 8 คน และทีมวิจัยผ้าคลุมผม จำนวน
20 คนคอยต้อนรับทีมงาน
การเข้ามาเยี่ยมเยียนของคณะได้ตั้งวัตถุประสงค์เพื่อแตกต่างกันไป
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)
มุ่งหวังที่จะประสานงานกับชุมชนในฐานะผู้ผลิต กรณีกลุ่มหมวกกะปิเยาะห์
กรณีกลุ่มผ้าคลุมผมตันหยงลีมอ เพื่อ
สนับสนุนให้เป็นสินค้าส่งออก สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ ตั้งวัตถุประสงค์ว่าจะได้ข้อมูลเบื้องต้นในการ
วิจัยและพัฒนาในประเด็น เทคโนโลยี (ชุดโครงการ ของ อ.สุรพล) และประเด็น
สุขภาพ (เชื่อมโยงกับชุมชน)
เป็นพื้นที่และเครือข่ายในโครงการบัณฑิตอาสาที่กำลังจะมีขึ้น และเพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นในการพัฒนาโครงการ
วิจัยภาคสนาม การสำรวจความจำเป็นความต้องการการวิจัยและพัฒนาผลิตความต้องการการวิจัยและพัฒนาผลต
ภัณฑ์/เทคโนโลยีเพื่อการพึ่งตนเองทางสุขภาพ
จากการประสานงานทางโทรศัพท์
คุณวิเชียร สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จะติดต่อกับประธาน
กลุ่มโดยตรง เพื่อจะหานักวิชาการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านส่งออก ด้านการตลาด
และทีมสร้างแบรนด์ (ยี่ห้อ) อย่างไร
ก็ตาม หากมีทีมจากส่วนกลาง ที่ทาง สนช. จะหามานั้น ทีมที่ลงมาควรคำนึงถึงเรื่องการสื่อความหมาย
การแปล
ความ รวมทั้งความเข้าใจวิถีวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมด้วย เรื่องเหล่านี้มีความสำคัญมากในการทำงานกับชุมชน
นอกจากนั้นการเปิดเวทีใช้ภาษาถิ่น สื่อได้ตรงและโดนใจทำให้การพัฒนางานดีมากขึ้น
นอกจากนี้ได้ให้ข้อคิดกับกลุ่มฯ
ว่าจะต้องค้นหาสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ หรือนวัตกรรมของกลุ่มฯ ในการผลิต
หมวก และวิเคราะห์ศักยภาพหรือทุนในด้านต่างๆ ของชุมชน โดยหลังจากชวนชาวบ้านคุย
ก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจคือ
1) ความโดดเด่น/ เอกลักษณ์ / นวัฒกรรมของกลุ่ม
สรุปได้ดังนี้
หมวกมีลายฉลุ เป็นเอกลักษณ์ เป็นการริเริ่มของกะมิยอ
(รูปแบบ/ต้นแบบเครื่องมือ/วิถีชีวิต)
ตลาดรู้จัก /ยอมรับสู่ตลาดซาอุดิอาระเบีย
ในตำบลกะมิยอมีการทำกะปิเยาะห์เกือบทุกครัวเรือนทั้งชายและหญิง
และโยงเป็นเครือข่ายกับชุมชนอื่น
เด็กๆ และเยาวชนมาช่วยทำ สืบสานอาชีพอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาที่ทำตั้งแต่รุ่งสาง
เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป มี
ลายหมวกที่พัฒนาแบบขึ้นแล้วกว่า 30 ลาย และควรบันทึกลายต้นแบบของกะมิยอ
กศน. เข้าไปพัฒนาเป็นหลักสูตรว่ามีกี่แบบเพื่อถ่ายทอดโดยทำเป็นหลักสูตรต้นแบบจากฐานความรู้ของ
ชุมชน หลักสูตรท้องถิ่น
2) ศักยภาพของชุมชน
รวมกลุ่มมีศูนย์รวมขายอุปกรณ์การผลิต
การบริหารจัดการยึดหลักศาสนาอิสลาม
การปันผลตามช่วงเวลา/เทศกาลสำคัญทางศาสนา
เช่น หลังรายอฮัจยีฯ
หักเปอร์เซ็นต์ของผลกำไรเป็นซากาต
(การบริจาคทานให้กับคนยากจน ตามหลักศาสนาอิสลาม)
เป็นอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมและโยงใยกับวิถีชีวิตของครอบครัว
(ผสมผสานทั้ง
ด้านเศรษฐกิจ ชุมชน ครอบครัวและคุณภาพชีวิต)
เป็นผลิตภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมที่เป็นความภาคภูมิใจและมีความยั่งยืนเพราะตั้งอยู่บน
ฐานศาสนาและวัฒนธรรม
3) ควรจัดทำฐานข้อมูลผลิต/รูปแบบบัญชี/ทำแบรนด์แนม
4) ควรมีการอบรมการทำบัญชีกลุ่มว่าจะทำในรูปแบบใด
5) การดำเนินการในการจัดตั้งกลุ่ม เช่น
จัดตั้งเป็นสหกรณ์หรือบริษัท
ข้อมูลการผลิตหมวก
- ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย หลายราคา หลายคุณภาพ
- หมวก 1 ใบใช้ผ้า 3 ชนิดมาซ้อนกัน
* ผ้าลาย/แวว บนสุด
* ผ้าแข็ง กลาง
* ผ้ายืด ชั้นใน
- เป็นผลิตภัณฑ์ทำด้วยมือ ซึ่งเป็นจุดแข็งของกลุ่มฯ เย็บลวดลายโดยไม่ต้องวาดลายลงบนผ้า
1 ใบใช้
เวลาประมาณ 20 30 นาที วันหนึ่ง ๆ ทำได้ประมาณ 20-40 ใบ (เป็น Knowledge
worker
คนงานฐานความรู้ /ทักษะ) และอาจเป็นต้นแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อีกหลากหลาย
ปัญหาและผลกระทบจากกระบวนการผลิต
- ชุมชนต้องการความรู้ในการบำรุงรักษา/การซ่อมเบื้องต้น จักรเย็บผ้า/
เครื่องเจาะลาย(ฉลุ)-ภูมิปัญญา
ชาวบ้านประดิษฐ์คิดค้นเอง /เครื่องตัดผ้า ราคา 5,000-10,000 บาท (ครุภัณฑ์สำหรับผลิตหมวก)
- ผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น มีการไอ จาม แสบตา เนื่องจากแพ้ฝุ่น/กลิ่นผ้า
ปวดหลัง เท้าชา (คาดว่ามี
การผ่านของกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกายขณะใช้จักร-ไม่มีสายดิน)
- คุณภาพของลายฉลุ ไม่ได้มาตรฐาน (ขึ้นกับความชำนาญ มีการแบ่งงานเย็บหมวกตามความชำนาญ)
- ความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันระหว่างพัฒนาการจังหวัดกับกลุ่มผลิตหมวก
ในเรื่องของการส่ง
หนังสือขอความช่วยเหลือไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีโดยตรง ในการส่งออกสินค้าโดยไม่ได้ผ่านพัฒนา
การจังหวัด ใน
ช่วงเหตุการณ์รุนแรงของชายแดนใต้ เนื่องจากอาจมีการตรวจค้นที่ทำให้สินค้าเกิด
ความเสียหาย
- กลุ่มเคยติดต่อพูดคุยกับหอการค้าจังหวัด แต่แนวคิดในการผลิตและบริหารจัดการต่างกัน
เช่น หอการค้า
จังหวัดต้องการให้จัดตั้งเป็นโรงงานผลิตหมวก มีการตอกบัตรเวลาเข้า-ออก
และต้องการให้พ่วงกับเรื่องอาหาร
ฮาลาล ซึ่งกลุ่มไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนและไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอาหาร
เป็นต้น
ข้อมูลอื่น ๆ ที่ได้รับและเป็นประโยชน์
- ข้อมูลและพื้นที่สำหรับงานวิจัยภาคสนามของ วพส.
- ค้นหาคนที่มีความรู้เทคโนโลยี เพื่อเป็นผู้ช่วยในการเก็บข้อมูลภาคสนาม
โดยประสานงานกับ กศน. 3
จังหวัด ติดต่อผ่าน อ.กรวิภา
- ครูอาสา/ครูประกาศนียบัตรอาชีพ/ครูศูนย์การเรียนชุมชน /วิทยากรวิชาชีพ
(ครูสอนอาชีพ ไม่มีเงินเดือน
ประจำ /ตามกลุ่มอาชีพ)ของ กศน. ในพื้นที่เป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง เข้าถึงชาวบ้านและได้รับการยอมรับจากชุมชน
- หากมีการถอดศักยภาพ ทั้งการจัดการ / การพัฒนา/การทำงาน ของ กศน.มาเพื่อใช้เป็นทุนในการ
ดำเนินโครงการบัณฑิตอาสาของ วพส.
- ควรมีการเชื่อมโยง/ประสาน/สร้างโอกาสการทำงานร่วมกันของหลาย ๆ หน่วยงานในพื้นที่
- ฐานข้อมูลชุมชนมีอยู่มาก ควรมาใช้ร่วมกัน/พัฒนาร่วมกันไม่ต้องไปเก็บใหม่เพื่อลดความซ้ำซ้อนและลด
ความเบื่อหน่ายของชุมชน
การรวมกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ตำบลกะมิยอในบทบาทแหล่งเรียนรู้กระบวนการวิจัยท้องถิ่น
การอบรมแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นให้กับบุคลากรศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดปัตตานี
มีผล
สัมฤทธิ์คือได้โครงการวิจัย 2 โครงการ คุณจรัส หนุนอนันต์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด
ปัตตานี จึงขยายแนวคิดโดยเชิญชวนให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนราธิวาส
ส่งบุคลากรเข้ามาอบรมเป็น
รุ่นที่ 2 และวิธีที่จะช่วยให้เห็นกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นได้ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือฟังจากคนที่ทำจริง
ทำมากับมือตัวเอง
วันที่ 22 มิถุนายน 2547 จึงนำคณะบุคลากรที่เข้าร่วมงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจากนราธิวาส
และปัตตานีมา
ศึกษาดูงาน ณ ร้านจำหน่ายวัสดุของกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
ผู้เข้าร่วมเวที มีผู้เข้า
ร่วมประมาณ 20 คนประกอบด้วย ทีมวิจัยตำบลกะมิยอ คณะบุคลากรที่เข้าร่วมอบรวมการวิจัยของปัตตานี
และ
นราธิวาส คณะกรรมการกลุ่มฯ ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสุไหงปาดี
จังหวัดนราธิวาส
และเจ้าหน้าที่หน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย
รับอาสาเป็นเจ้าบ้านต้อนรับและให้ผู้เข้าร่วมเวที
แนะนำตัวเป็นรายบุคคลก่อนที่จะชี้แจงความเป็นมาของกลุ่ม และโครงการวิจัยว่า
ตำบลกะมิยอมีทุนเดิมคือ การ
ประกอบอาชีพเย็บกะปิเยาะห์มายาวนาน และเป็นแหล่งผลิตกะปิเยาะห์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ซึ่งมีมูลค่าส่งออก
ต่อปีหลายสิบล้าน สาเหตุของการรวมกลุ่มเนื่องจากผู้ผลิตกะปิเยาะห์ประสบปัญหาต่าง
ๆ เกี่ยวกับการเย็บกะปิ
เยาะห์ ซึ่งตอนแรกทางผู้ผลิตได้บอกปัญหาหลักของอาชีพเย็บหมวกคือมีปัญหาด้านเงินทุน
เลยได้จัดทำโครงการ
วิจัยร่วมกับ กศน. ขึ้นมา และได้มีการค้นคว้าหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเย็บหมวก
มีการตั้งโจทย์
ขึ้นมา และได้มีการพัฒนาโจทย์มาเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้โจทย์ที่แท้จริง
ปรากฎว่าปัญหาด้านเงินทุนที่กลุ่มได้ตั้งขึ้นมา
ไม่ใช่ประเด็นหลัก ปัญหาที่แท้จริงคือกระบวนการรวมกลุ่ม ขาดความร่วมมือ
ความสามัคคี ความจริงใจ
ในการรวมกลุ่ม เลยเสนอโครงการวิจัยเรื่อง ศึกษากระบวนการรวมกลุ่มผู้ผลิต
หมวกกะปิเยาะห์รายย่อยในตำบลกะมิยอฯ จากการทำโครงการวิจัยทำให้เกิดการรวมกลุ่มอย่างจริงจังขึ้นมา
มีการค้นคว้าหาข้อมูล ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และศึกษารูปแบบการรวมกลุ่มจนได้รูปแบบที่ชัดเจน
และมีการร่างระเบียบข้อบังคับกลุ่ม การเสนอร่างข้อบังคับกลุ่ม การคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร
และการจำหน่ายหุ้นให้กับสมาชิก ซึ่งได้เปิดร้านค้าของกลุ่มอย่างเป็นทางการใน
วันที่ 1 เมษายน 2547 ซึ่งมีสมาชิกปัจจุบันประมาณ 250 คน มีทุนหมุนเวียนประมาณ
700,000 บาท
จากนั้นได้เปิดประเด็นพูดคุยซักถาม ต่อคำถามที่ว่าร้านจำหน่ายวัสดุเปิดทำการมาตั้งแต่เมื่อใด
ทีมวิจัย
ช่วยกันตอบว่า กลุ่มได้เปิดร้านในวันที่ 1 เมษายน 2547 แต่ระยะเวลาที่ศึกษาข้อมูลวิจัยได้ทำมาตั้งแต่เดือน
มิถุนายน 2546 กลุ่มที่ตั้งขึ้นมีสมาชิกอยู่ 3 ประเภท คือ ผู้ประกอบการรายย่อย
ผู้มีอาชีพเย็บกะปิเยาะห์
และบุคคลภายนอก กลุ่มได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม
2547 จำนวน 11,000 กุดี
คิดเป็นมูลค่า 4,000,000 บาท โดยการฝากขายที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งขณะนี้ผลิตภัณฑ์ได้ขายไปแล้วประมาณร้อยละ
30
ข้อมูลตัวเลขต่างๆ ที่ได้มา ทีมวิจัยชาวบ้านเป็นผู้เก็บ โดยการแบ่งสายกันเก็บข้อมูลแยกเป็นหมู่บ้านในตำบลกะมิ
ยอ และขยายไปยังตำบล อำเภอใกล้เคียง ความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งเกิดจากคณะกรรมการบริหารที่มีความโปร่งใสและ
ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทำให้สมาชิกให้ความไว้วางใจ
คุณสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ กล่าวเสริมในการดำเนินการของกลุ่มที่ผ่านมาว่า
นอกจากกลุ่มจะเปิด
ร้านจำหน่ายวัสดุการทำกะปิเยาะห์แล้ว กลุ่มยังเป็นตัวแทนในการฝากขาย
โดยข้อแตกต่างระหว่างการฝากขายผ่าน
กลุ่มกับฝากขายให้กับพ่อค้าคนกลาง คือ ถ้าฝากขายให้กลุ่ม จะประกันราคาให้ที่ประมาณกุดีละ
300 บาท แต่ถ้า
ขายให้พ่อค้าคนกลางราคาจะอยู่ที่กุดีละ 270 บาท มีส่วนต่าง 30 บาท ซึ่งกลุ่มคิดเฉพาะค่าดำเนินงานกุดีละ
5 บาท
คุณสะมาแอ ยังกล่าวต่ออีกว่า พี่เลี้ยงโครงการวิจัยทั้ง
กศน. และ สกว. มีส่วนช่วยเหลือกลุ่มอย่างมาก จะ
แนะนำ ชี้แนะในด้านการบริหารจัดการ เป็นผู้ช่วยประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนในการสนับสนุนกลุ่ม
และคอยติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการบริหารกลุ่ม อธิบายว่า รูปแบบของหมวกที่ส่งออกมีแบบเดียวแต่หลายลาย
ผู้ประกอบการ
จะซื้อผ้าจากกลุ่มแล้วไปแบ่งให้กับสมาชิกของตนทำ เสร็จแล้วรวบรวมผลผลิตมาฝากขายให้กับกลุ่ม
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร สรุปข้อมูลสำคัญว่า
ผู้ผลิตกะปิเยาะห์จะมี 2 ระดับ คือระดับผู้ประกอบการและ
ระดับสมาชิกที่รับจ้าง ผู้ประกอบการหนึ่งรายจะมีสมาชิกเฉลี่ย 10 คน เท่ากับว่าขณะนี้ผู้ประกอบการที่ประมาณการ
ได้จะมีอยู่ 120 กว่าราย รวมกับผู้รับจ้างของผู้ประกอบการแต่ละคน รวมแล้วประมาณ
1,000 กว่าราย
คุณสะมาแอ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นนี้
จะเน้นการบริหารจัดการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้
เย็บกะปิเยาะห์ ไม่เน้นประโยชน์ของตนเป็นหลัก การปันผลจะมีปีละครั้ง
โดยอาศัยปีปฏิทินอิสลาม ข้อดีของการ
รวมกลุ่มคือ มีอำนาจต่อรองมากขึ้น สมาชิกกลุ่มมีทั้งในตำบลกะมิยอ ตำบลใกล้เคียง
อำเภอยะหริ่ง อำเภอยะรัง
และรับสมาชิกจากต่างจังหวัดด้วยหากผู้มีอาชีพเย็บกะปิเยาะห์สนใจ สามารถสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มได้
วัสดุที่ซื้อ
เข้าร้านจะซื้อจากปูยุด เนื่องจากให้ราคาถูกกว่าที่อื่น กลุ่มได้ไปสอบถามราคาวัสดุทั้งภายในจังหวัด
ต่างจังหวัดเพื่อ
ให้ได้ราคาถูกที่สุด
หลังจากคณะได้พูดคุยซักถามอย่างเต็มที่แล้ว
จึงแนะนำให้ไปชมกิจกรรมการสาธิตเย็บกะปิเยาะห์ของ
กลุ่มฯ ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ก่อนแยกย้ายกันกลับ
เสริมทักษะด้วยการอบรมการบริหารจัดการกลุ่มและการทำบัญชีให้กับคณะกรรมการบริหาร
การบริหารกลุ่มฯ ได้ดำเนินงานต่อเนื่องเกือบ
3 เดือน ภายใต้การบริหารงานของชาวบ้าน โดยชาวบ้าน
เพื่อชาวบ้าน ระบบบัญชีก็เป็นแบบชาวบ้าน แม้จะเข้าใจกันเองในระดับชาวบ้าน
แต่ถ้าจะให้ระบบบัญชีเป็นสากลใน
ระดับหนึ่งที่เพียงพอต่อการตรวจสอบความถูกต้องได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ระบบบัญชีอีกแบบหนึ่งควบคู่กันไป
และถ้าเป้าหมายของกลุ่มที่ต้องการเป็นสหกรณ์ด้วยแล้ว ทักษะการทำบัญชีเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นวันที่ 28 มิถุนายน 2547 จึงเชิญวิทยากรจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
มาให้ความรู้ตั้งแต่ขั้น
ตอนการจัดตั้งกลุ่มเป็นสหกรณ์ การบริหารงาน การทำบัญชี ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ชี้แจงวัตถุประสงค์ให้กับผู้เข้ารับการอบรมว่า
เพื่อให้ความรู้ในเรื่องการ
บริหารจัดการกลุ่มและการเงิน การบัญชี ให้กับคณะกรรมการบริหารกลุ่ม เพื่อหารูปแบบการจดทะเบียนเป็นนิติ
บุคคล เพื่อชี้แจงผลการหารือที่ประธานกลุ่มได้ไปติดต่อกับธนาคารอิสลามในการหาแหล่งเงินทุนเพื่อจะรับซื้อหมวก
กะปิเยาะห์ที่จะส่งออกรอบสอง และมอบให้ประธานกลุ่มและคุณอิบรอฮิมเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดให้กับสมาชิก
นายสะมาแอ เจะมะ ประธานบริหารกลุ่มฯ กล่าวว่า
เมื่อวันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2547 ผมและอิบรอฮิม
ได้ไปติดต่อกับผู้จัดการธนาคารอิสลามสาขาปัตตานี เพื่อเสนอแนวทางในร่วมลงทุนกับธนาคาร
โดยได้เสนอในรูป
แบบการร่วมลงทุนรับซื้อกะปิเยาะห์ ปรากฎว่าทางธนาคารไม่สามารถร่วมลงทุนในรูปแบบการรับซื้อกะปิเยาะห์ไป
ฝากขายที่ซาอุดิอาระเบียได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ไม่มีหลักประกันในการฝากขายที่ชัดเจน
กลัวเป็นหนี้สูญไม่
สามารถเรียบเก็บเงินได้ แต่ทางธนาคารได้เสนอร่วมลงทุนกับกลุ่มในรูปแบบการซื้อวัสดุให้กับกลุ่ม
ให้กลุ่มผ่อน
ชำระกับธนาคารเป็นรายเดือนหรือรายปีก็ได้ โดยธนาคารจะคิดกำไรประมาณ 5
% วงเงินที่ธนาคารให้กู้ซึ่งอยู่ที่
ประมาณ 1 ล้านบาท หรือมากกว่านั้นก็ได้ต้องดูที่รูปแบบและข้อตกลงระหว่างกลุ่มกับธนาคาร
หากกลุ่มสนใจให้
เตรียมข้อมูลและเอกสารดังนี้ คือ จำนวนสมาชิกกลุ่ม รายงานการประชุมในแต่ละครั้งที่มีการประชุม
คณะกรรมการ
บริหารกลุ่ม ระเบียบข้อบังคับกลุ่ม งบการเงินของกลุ่ม ยอดซื้อ ขาย ในรอบเดือน
ราคาวัสดุที่ซื้อ และขาย ผลผลิต
ของกลุ่มในแต่ละปี รายการทรัพย์สินและรายได้ของผู้ค้ำประกัน
อิบรอฮิม สะดียามู เลขาทีมวิจัยเล่าว่า สำหรับผู้ค้ำประกันอาจเป็นคณะกรรมการหรือสมาชิกกลุ่มก็ได้ให้ผู้
ค้ำประกันชี้แจงรายการทรัพย์สินและรายได้ให้กับธนาคาร ธนาคารจะดูความสามารถในการชำระหนี้
หากกลุ่มไม่
สามารถชำระเงินตามข้อตกลงกับธนาคารได้ หากกลุ่มสนใจข้อเสนอดังกล่าวให้เตรียมข้อมูลให้พร้อม
ข้อมูลส่วน
ใหญ่ทีมวิจัยมีอยู่แล้วขาดเพียงบางส่วนที่ต้องทำ
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร กล่าวกับที่ประชุมว่า
อยากให้คณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ ใช้เวทีวันนี้ในการ
เลือกรูปแบบที่จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของกลุ่ม และให้ฟังแนวทางและรูปแบบที่จะจดทะเบียนจากคุณแวดาโอะ
แวดอเลาะ
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ สหกรณ์จังหวัดปัตตานี
อธิบายว่า การดำเนินธุรกิจหรือธุรกรรมในประเทศไทย
มีอยู่ 2 ประเภทคือ บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล หรือบุคคลตามกฎหมาย ในแบบนิติบุคคลนี้
สามารถทำนิติกรรม
สัญญาในนามขององค์กรได้ ซึ่งนิติบุคคลอาจอยู่ในรูปของบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วน
หรือสหกรณ์ ให้สมาชิกเลือกรูป
แบบใดรูปแบบหนึ่ง ถ้าจะให้ดีขอแนะนำให้จดในรูปของสหกรณ์ เนื่องจากตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณา
จักรไทย ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า รัฐต้องคุ้มครองและสนับสนุนระบบสหกรณ์
และเมื่อสิ้นปีรัฐต้องชี้แจงแถลงผลงานที่
รัฐสนับสนุนสหกรณ์ใด อย่างไร เพราะเป็นนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ นี่คือข้อดีของระบบสหกรณ์
ระบบบัญชีเป็นอันดับแรกที่รัฐจะตรวจสอบ
เพราะฉะนั้นในการทำบัญชีต้องมีความถูกต้อง โปร่งใส ง่ายต่อ
การตรวจสอบ การจดทะเบียนในรูปของบริษัท ต้องเสียเงินได้นิติบุคคล ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
มีค่าธรรม
เนียมต่าง ๆ องค์กรของรัฐไม่ค่อยมาสนับสนุน จะมีเพียงแต่พาณิชย์จังหวัดมากำกัดดูแล
การจดทะเบียนในรูป
ของสหกรณ์ รัฐจะเป็นที่ปรึกษากำกับดูแล ยกเว้นภาษีเงินได้ ทำธุรกิจอะไรก็ได้
แต่จะให้ดีควรระบุให้บริการด้าน
การบริการ เพราะจะครอบคลุมทุกอย่าง ให้สมาชิกเลือกรูปแบบที่จะจดทะเบียน
ปรากฎว่ามติที่ประชุมให้จด
ทะเบียนในรูปของสหกรณ์ ขั้นตอนในการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ให้ประชุมเลือกคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์
คณะผู้จัด
ตั้งประมาณ 10 - 15 คน โดยการเรียกสมาชิกมาประชุมเลือกคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์
เพื่อเป็นตัวแทนขอจดทะเบียน
ระเบียบข้อบังคับกลุ่มที่มีอยู่ต้องแก้ไขใหม่ ให้เป็นไปตามข้อกฎหมายของสหกรณ์
ต้องระบุกิจกรรมของสหกรณ์ จะ
ให้ดีต้องระบุกิจกรรมให้บริการ เพราะจะครอบคลุมทุกเรื่อง ให้ความรู้ในเรื่องการเงินและบัญชี
คำว่าบัญชี หมายถึง การขีด เขียน เพื่อบันทึกเหตุการณ์ตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
บัญชีที่ถูกต้องตาม
หลักต้องพิสูจน์ได้ แยกเป็น 5 หมวด คือ หมวดทรัพย์สิน หมวดหนี้สิน หมวดทุน
(ส่วนของเจ้าของ) หมวดรายได้
หมวดค่าใช้จ่าย การบันทึกแบ่งเป็น 2 ระบบ ระบบบัญชีเดี่ยว บันทึกลักษณะช่วยจำไม่เป็นระบบ
ระบบบัญชีคู่ ตาม
หลักบัญชีที่ถูกต้อง มีเดบิต เครดิต สะดวกในการตรวจสอบ งบการเงินที่ต้องทำ
งบดุล งบกำไรขาดทุน งบ
ทดลอง อธิบายการบันทึกบัญชีตามขั้นตอน สมุดบัญชีซื้อ สมุดบัญชีขาย บัญชีแยกประเภท
บัญชีคุมทะเบียนสินค้า
สมุดเงินสด
ที่ประชุมได้รับความรู้อย่างครบถ้วน และจะได้นัดหมายพิจารณาที่จะเลือกรูปแบบของกลุ่ม
แต่ทั้งนี้เห็น
ด้วยกับการทำระบบบัญชีให้เป็นแบบแผนมากขึ้น
การเติบโตของกลุ่มกับโอกาสที่กองทุนนวัตกรรมมอบให้
วันที่ 8 กรกฎาคม 2547 กลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ได้รับการประสานจากสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้
(วพส.) ว่าผู้อำนวยการกองทุนนวัตกรรมขอเชิญกลุ่มกะปิเยาะห์มาหารือที่ห้องประชุมชั้น
6 อาคารบริหารคณะ
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อต้องการสนับสนุนให้กลุ่มเติบโตขึ้น
ส่งออกได้มากขึ้น
ระหว่างที่รอประชุม ได้โอกาสคุยกับอาจารย์กับคณะวิศวกรรมศาสตร์
ยื่นกะปิเยาะห์ให้พินิจพิเคราะห์ จน
ได้ความเห็นใหม่ๆ ว่าถ้าทำกะปิเยาะห์เป็น 2 ด้านได้หรือไม่ มีด้านที่เป็นสีขาวใส่เวลาไปละหมาด
แต่พอไปงานอื่นก็
พลิกกลับด้านในออกนอกเป็นสีสันสวยงาม เป็นกะปิเยาะห์ใบเดียวแต่ใส่ได้ทุกโอกาส
ซึ่งเป็นการให้ความคิดใหม่ๆ
กับชาวบ้าน
ผู้อำนวยการกองทุนนวัตกรรมได้พูดถึงแนวทางการสนับสนุนด้านเงินทุนประเภทต่างๆ
เพื่อกระตุ้นให้
ธุรกิจท้องถิ่นมีโอกาสเติบโต ผ่านธนาคาร SME โดยมีวงเงินให้กู้ยืมและใช้คืนภายใน
3 ปี ซึ่งกองทุนนวัตกรรมจะ
รับผิดชอบจ่ายดอกเบี้ยแทนให้ตลอด 3 ปี กลุ่มต้องมีแผนธุรกิจที่ดี มีจุดเด่นที่คิดค้นโดยกลุ่มเอง
และจะได้รับความรู้
ในการผลิตเพื่อส่งออก
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
แนะนำว่ากลุ่มชาวบ้านในรูปแบบสหกรณ์จะโตช้า ต้องจัด
ตั้งในรูปบริษัท เพื่อความคล่องตัวในการทำนิติกรมสัญญา การค้าขาย และหากอยู่ในรูปบริษัท
ทางสภาอุตสาห
กรรมสามารถพาไปหาตลาดที่ต่างประเทศได้
หลังจากการประชุม ประธานกลุ่มฯ ได้ขอรับคำแนะนำทั้งหมดไปหารือกับคณะกรรมการบริหารกลุ่มต่อไป
และระหว่างเดินทางกลับ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์
ได้โทรศัพท์มาหา
อาจารย์ กรวิภา ขวัญเพ็ชร เพื่อขอถ่ายทำสารคดีกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์
จึงได้ตอบรับตกลงไป
วันที่ 9 กรกฎาคม 2547 เป็นผลสืบเนื่องจากการร่วมหารือกับกองทุนนวัฒกรรมในด้านการสนับสนุน
เงินทุนและการถ่ายทำสารคดีของสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 จึงนัดประชุมคณะกรรมการบริหาร
ณ ที่ทำการกลุ่มผู้ผลิต
กะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมจังหวัดปัตตานี
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประชุมว่า
เพื่อหารือแนวทางการกู้เงินจากกอง
ทุนนวัฒกรรม เนื่องจากเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2547 ทาง กศน. ประธานกลุ่มฯ
และเหรัญญิกกลุ่มได้ไปพบตัว
แทนกองทุนนวัตกรรมที่หาดใหญ่ ซึ่งทางกองทุนจะช่วยเหลือกลุ่มฯ ในการให้กู้เงินจากกองทุน
โดยกลุ่มไม่ต้องรับ
ภาระดอกเบี้ย ทางรัฐจะเป็นผู้รับภาระดอกเบี้ยเอง ภายในระยะเวลา 3 ปี
แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ตามที่สภานวัฒกรรม
กำหนด คือ กลุ่มต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และทางกองทุนพร้อมจะสนับสนุนในการจ้างที่ปรึกษาให้กับกลุ่มใน
ด้านต่างๆ อีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นกับคณะกรรมการกลุ่มมีความเห็นว่าอย่างไร
สำหรับการถ่ายทำสารคดี ทาง
สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 มีความสนใจเรื่องการรวมกลุ่มทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง
สามารถพึ่งตนเองได้ โดยจะ
สัมภาษณ์คณะกรรมการบริหารกลุ่มแต่ละฝ่าย และจะบันทึกภาพวิถีชีวิตของคนในชุมชนตำบลกะมิยอ
ความเป็นมา
ของอาชีพเย็บกะปิเยาะห์ ซึ่งจะออกอากาศความยาวประมาณ 15 นาที
นายสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ ได้เล่าผลจากการได้พูดคุยกับกองทุนนวัตกรรมว่า
ผมคิดว่าข้อ
เสนอของกองทุนนวัตกรรมน่าสนใจ ซึ่งขณะนี้ กลุ่มได้ประสบปัญหาเงินทุนในด้านการรับซื้อผลผลิต
สำหรับการรับ
ซื้อวัสดุนั้นไม่ค่อยมีปัญหา หากเราสนใจข้อเสนอดังกล่าวก็จำเป็นที่จะต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด
กลุ่มสามารถ
จดทะเบียนได้ 2 รูปแบบคือ ในด้านการผลิตเราจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ส่วนในด้านการจำหน่ายเราควรจดทะเบียน
เป็นบริษัทจำกัดเพื่อเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ทางกองทุนนวัตกรรม
จะสนับสนุนในการจ้าง
ที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม มีงบประมาณให้ไปศึกษาตลาดต่างประเทศเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง
นอกจากนี้ คุณสะมาแอ ได้เล่าความคืบหน้าถึงการส่งออกกะปิเยาะห์ไปประเทศซาอุดิอาระเบียว่า
ในการ
ส่งกะปิเยาะห์รอบแรก 11,150 กุดี (223,000 ใบ) ขณะนี้ขายได้เพียง 500
กุดี (10,000 ใบ) เท่านั้น เนื่องจากช่วงนี้ ไม่ใช่ช่วงเทศกาล (พิธีฮัจญ์)
ซึ่งได้ตกลงที่คนที่ประสานงานและฝากขายว่า เมื่อขายได้ 3,000 กุดีให้โอนเงินเข้าบัญชีกลุ่มทันที
กลุ่มควรมีสัญญาลักษณ์ ยี่ห้อ (Brand Name) เป็นของตนเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า
นายมะยิ ยีมะเย็ง เหรัญญิกกลุ่มฯ เสนอว่า หากสมาชิกของเราได้รับยอดสั่งซื้อ
(Order) ขอให้แจ้งมายัง
กลุ่มฯ เพื่อจะได้กระจายกันให้สมาชิกทำ
นายสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ เสนอให้คุณจักกฤษดิ์
ประชาสัมพันธ์จังหวัดมาเป็นที่ปรึกษากลุ่ม
เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ในด้านตลาดซาอุดิอาระเบีย เพราะท่านเคยทำงานในสถานทูตไทยประจำประเทศซาอุ
ดิอาระเบีย ในการทำการค้าระหว่างประเทศ เราต้องพึ่งพาองค์กรต่างประเทศ
คือ ผ่านสถานทูต หากมีปัญหา
สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ขณะนี้ราคากกะปิเยาะห์ ณ ปัจจุบันที่กะมิยออยู่ที่
270 บาทต่อกุดี
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร นัดหมายในการประชุมครั้งต่อไปเพื่อหาข้อสรุปในการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
ที่ประชุมมีมติให้มีการประชุมในวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2547 เวลา 13.30
น. ณ ที่ทำการกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์
และเครื่องแต่งกายมุสลิมจังหวัดปัตตานี
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว สถานีโทรทัศน์ช่อง
11 ก็เริ่มวางแผนการถ่ายทำสารคดี โดยสัมภาษณ์
คณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ดังนี้
นายสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่ม ความเป็นมาของกลุ่ม
รูปแบบการบริหารจัดการกลุ่ม
นายอับดุลการีม การีมะ หัวหน้าฝ่ายการตลาด
ตลาดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทิศทางของตลาด ปริมาณ
การส่งออกต่างประเทศ
นายมะยิ ยีมะเย็ง เหรัญญิกกลุ่ม การขายสินค้า
การจัดทำบัญชี การบันทึกต้นทุนกำไร
นายมะยูโซะ เจะปอ หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบผลิตภัณฑ์
รูปแบบการตรวจสอบหรือแนวทางในการตรวจสอบ
ผลิตภัณฑ์ การเงินและบัญชี
นางมีดะ ดือราแม หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด
การทำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ แนวโน้มของตลาด
นางนาซีเราะห์ ปูเต๊ะ เลขาธิการกลุ่ม
การวางแผน การจดบันทึก การเก็บเอกสารต่างๆ การติดตามผล
การนัดหมายการประชุม
การถ่ายทำกระบวนการผลิตกะปิเยาะห์ทุกขั้นตอน
การตัดผ้า การปักลวดลาย การฉลุ การประกอบหมวก
บันทึกภาพวิถีชีวิตชาวตำบลกะมิยอ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การละหมาดวันศุกร์
การสวมใส่กะปิเยาะห์
ตลาดนัดชุมชนประจำสัปดาห์ (ตลาดรอบค่ำทุกวันศุกร์)
ศึกษารูปแบบและแนวทางการจดทะเบียนกลุ่มให้เป็นนิติบุคคล
วันที่ 12 กรกฎาคม 2547 ณ ที่ทำการกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
ผู้เข้าร่วม
ประชุม จำนวน 20 คน ประกอบ ด้วย ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี
หน่วยประสานงาน
การวิจัยท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง (สกว.) สหกรณ์จังหวัดปัตตานี ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี
คณะกรรมการบริหาร
กลุ่มผู้ผลิตหมวกกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
คุณสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ กล่าวเปิดด้วยซูเราะห์
อัล-ฟาตีฮะห์ และให้อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร
ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประชุม
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประชุมว่า
เวทีวันนี้จัดขึ้เพื่อหาแนวทางในการจด
ทะเบียนเป็นนิติบุคคลของกลุ่มฯ เนื่องจากกลุ่มได้ไปพูดคุยกับกองทุนนวัตกรรม
ที่จะให้การสนับสนุนเงินทุนในการ
ให้กู้ยืมเงินให้กับกลุ่ม แต่ต้องให้กลุ่มจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งทางกองทุนยินดีให้กู้ยืมเงินโดยผ่านธนาคารอิส
ลาม โดยกลุ่มไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ย ทางกองทุนจะเป็นผู้รับภาระดอกเบี้ยเองภายใน
3 ปี วงเงินที่จะให้กู้ประมาณ
10 30 ล้านบาท อีกเรื่องหนึ่งคือโครงการวิจัยเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน
2547 ขณะนี้ใกล้สมบูรณ์แล้ว แต่ยังขาดข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่ได้ ให้ทีมวิจัยรีบติดตามข้อมูล
เพื่อจะทำรายงานและสรุป
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
จากนั้นอาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ได้เริ่มนำคุยในรายละเอียดแต่ละเรื่องว่า
ขณะนี้กลุ่มยังเป็นกลุ่มตาม
ธรรมชาติอยู่ ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาในนามองค์กรได้ สภาอุตสาหกรรมอยากให้กลุ่มจัดทำ
Brand Name
(ยี่ห้อ)
คุณสะมาแอ เจะมะ กล่าวว่า การจดทะเบียนกลุ่มสามารถทำได้
2 รูปแบบ คือ จดทะเบียนสหกรณ์ และ
บริษัท เหมือนกับสหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี คือเป็นทั้งสหกรณ์ และบริษัท
ด้านบนของตัวอาคารเป็น
สหกรณ์ส่วนด้านล่างเป็นบริษัทบุญมีฟุตรอ และทางธนาคารอิสลามยินดีให้กู้เงินเพื่อซื้อวัสดุเข้าร้านกลุ่มฯ
ซึ่งกลุ่ม
ต้องเตรียมเอกสารดังนี้ หนังสือจดทะเบียนกลุ่ม งบรายรับรายจ่าย ข้อมูลการส่งออกสินค้า
วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้
ระเบียบของกลุ่ม คณะกรรมการกลุ่ม ราคาซื้อ ขาย วัสดุเย็บหมวก
อาจารย์เจะอูเซ็ง เจะอุบง ให้ข้อคิดว่า การจดทะเบียนรูปแบบบริษัท
จะมีชื่อเฉพาะผู้ที่ยื่นจดทะเบียน ซึ่ง
จะขัดกับกลุ่มซึ่งมีสมาชิกเป็นร้อย หากจะจดทะเบียนเป็นบริษัทต้องหารือทำความเข้าใจกับสมาชิก
และศึกษาข้อดี
ข้อเสียให้ดี การจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ในการทำการค้าระหว่างประเทศยังไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ
เนื่องจากหลาย ๆ
ประเทศไม่มีสหกรณ์ ไม่มีกฎหมายสหกรณ์ที่จะใช้ควบคุมการดำเนินธุรกิจสหกรณ์
คุณอับดุลเลาะ เสนอว่า ให้สหกรณ์ดำเนินการในด้านผลิต
บริษัทดำเนินการในเรื่องการจำหน่ายผลิต
ภัณฑ์ คือให้มีการจัดตั้งสหกรณ์และบริษัทจำกัด เพื่อความสะดวกและความคล่องตัวในการทำธุรกิจในประเทศและ
ต่างประเทศ
อาจารย์เจะอูเซ็ง เจะอุบง เสริมว่า ราคากะปิเยาะห์จะขึ้นหรือลงอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง
4-5 รายที่เป็นคน
กำหนดราคากะปิเยาะห์ที่ซาอุดิอาระเบีย
คุณจักกฤธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี เล่าประสบการณ์ว่า
คนเยเมนจะเป็นผู้ซื้อหมวกแล้วไปวาง
ขายปลีกตามร้าน ที่ดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรต) ก็เอากะปิเยาะห์ของประเทศไทยไปขายเหมือนกัน
หากเราสนใจที่
จะเจาะตลาดดูไบโดยตรงให้เราติดต่อกับตัวแทนของดูไบที่กรุงเทพฯ อยู่แถวๆ
สวนจตุจักร บริษัทนี้จะเป็นตัวแทนที่
จะดูผลิตภัณฑ์หรือสินค้าต่างๆ ที่จะนำไปขายที่ดูไบ และผมจะเป็นผู้ติดต่อหาที่อยู่ให้อีกครั้งหนึ่ง
เพื่อให้กลุ่มฯ ได้
ติดต่อสอบถามรายละเอียดต่างๆ กับบริษัทเองโดยตรง
ตลาดซาอุดิอาระเบียยังมีอีกมากที่สามารถทำรายได้ให้กับพวกเรา
มีสินค้าหลายๆ ประเภทที่สามารถนำ
ไปวางขายที่ซาอุดิอาระเบีย ผ้าคลุมผมเป็นสินค้าที่น่าสนใจที่จะเจาะตลาดที่นั่นได้
เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบนิดเดียว
เอง ก็สามารถทำรายได้ให้กับผู้ประกอบอาชีพนี้ เราต้องดูว่าคนที่ซาอุอิอาระเบียเขาขาดอะไร
รสนิยมเป็นอย่างไร
เป็นประเทศที่มีอำนาจในการซื้อสูง ให้พวกเราศึกษาตลาดให้ดี ให้พวกเราพยายามติดตามปฏิทินการส่งออกของ
ประเทศประเทศแถบตะวันออกกลาง โอกาสนี้จะสามารถขยายตลาดกะปิเยาะห์ได้
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
แสดงความเห็นว่า ให้สหกรณ์
ส่งเสริมสนับสนุนในด้านการผลิต ส่วนบริษัทดำเนินการในเรื่องการจำหน่าย
ให้พวกเราจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ก่อน
จากนั้นก็จดทะเบียนเป็นบริษัท และเมื่อเป็นสหกรณ์แล้ว ทางสหกรณ์จังหวัดปัตตานีสามารถให้กู้เงินได้
ภายในวง
เงิน 1 ล้านบาท สหกรณ์จังหวัดสามารถอนุมัติได้ หากเกินกว่า 1 ล้านเป็นอำนาจของระดับกรมที่จะอนุมัติได้
อาจารย์เจะอูเซ็ง เจะอุบง เสนอว่า ให้ทาง
กศน.คิดหาแนวทาง วางแผนกับกลุ่มฯ ให้มีการจดทะเบียน
เป็นสหกรณ์ก่อน เสร็จแล้วให้เตรียมพร้อมทีมงาน เพื่อจดทะเบียนเป็นบริษัทต่อ
ให้ประธานกลุ่มฯ เรียกประชุม
สมาชิกทั้งหมดเพื่อมาประชุมชี้แจงหาแนวทางในการจดทะเบียนกลุ่มฯ โดยให้ทำเป็นหนังสือเชิญประชุม
ที่ประชุมนัดหมายที่จะจัดประชุมใหญ่ โดยเชิญสมาชิกทั้งหมดในวันที่
29 กรกฎาคม 2547 เวลา
09.00 12.00 น. ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ มีการแบ่งบทบาทหน้าที่
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ ชี้แจงในเรื่องของสหกรณ์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
คณะกรรมการกลุ่มฯ ชี้แจงสถานะของกลุ่ม ณ ปัจจุบัน ประมาณครึ่งชั่วโมง
คุณจักกฤธิ์ พูดในเรื่องการตลาดและการส่งออก อาจารย์เจะอูเซ็ง เจะอุบง
การตลาดและ
การส่งออก ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชี้แจงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการสั่งซื้อ
คุณอับดุลการีม การีมะ หัวหน้าฝ่ายการตลาด
แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้ได้ Order จากบริษัท
2,500 กุดี ที่จะให้กับกลุ่มฯ ราคากุดีละ 250 บาท เป็นหมวกเกรด C มี
Made in Thailand และระบุขนาดเลย
ที่ประชุมรับทราบและพร้อมจะดำเนินการรวบรวมกะปิเยาะห์ให้ครบถ้วนเพื่อจัดส่งให้บริษัท
กำหนดอนาคตกลุ่มฯ
พร้อมสมาชิก กับแนวทางจัดตั้งสหกรณ์
วันที่ 29 กรกฎาคม 2547 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ
เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญต่ออนาคต
ของกลุ่ม เพราะเป็นการประชุมชี้แจงผลการดำเนินงานกลุ่มและการลงมติเพื่อนำไปสู่การจดทะเบียนเป็นสหกรณ์
สมาชิกนับร้อยคนต่างค่อยๆ ทยอยมาลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง
คุณอุสมาน ดือราแม กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม
แขกผู้มีเกียรติ และชี้แจงวัตถุประสงค์ในการประชุม
ว่า การจัดประชุมในวันนี้ก็เพื่อชี้แจงผลการดำเนินกลุ่มที่ผ่านมา หารือการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์จำกัด
ให้ความรู้
เกี่ยวกับระบบสหกรณ์แก่สมาชิก รวมทั้งขั้นตอนการจดทะเบียนสหกรณ์จำกัด
“คุณสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
และสมาชิกกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และ
เครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี รายงานต่อที่ประชุมว่า กลุ่มหลายๆ กลุ่มที่เย็บกะปิเยาะห์มารวมกลุ่มโดยใช้ชื่อกลุ่ม
ผู้
ผลิตหมวกกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี ได้ระดมทุนจากสมาชิกแล้วเปิดร้านค้าจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์
ในการเย็บหมวกกะปิเยาะห์ และเป็นตัวแทนรับส่งออกหมวกกะปิเยาะห์ ซึ่งได้ส่งไปแล้วรอบแรกเมื่อวันที่
9
พฤษภาคม 2547 จำนวน 11,500 กุดี คิดเป็นมูลค่า 3 ล้านกว่าบาท สำหรับรายละเอียดผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
ระยะเวลา 4 เดือน คุณมะยิ ยีมะเย็ง เหรัญญิกกลุ่มจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด
คุณมะยิ ยีมะเย็ง เหรัญญิกกลุ่มฯ ชี้แจงจำนวนสมาชิก
จำนวนหุ้น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า กำไร ค่าใช้จ่าย
ค้างจ่ายว่า ตอนนี้กลุ่มฯ มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 255 ราย นับเป็นจำนวนหุ้นได้
7,316 หุ้น เป็นเงิน 731,600 บาท
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 12,750 บาท กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสด
62,390 บาท เงินเชื่อ 115,140 บาท รวม
177,533 บาท ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายประมาณ 30,000 บาท
คุณดอเลาะ เจะอุบง เป็นทั้งกรรมการและพนักงานขายสรุปว่า
ในร้านมีสินค้าที่ใช้ในการเย็บหมวกกะปิ
เยาะห์ มีด้ายวีนัส ผ้าเครปคงเหลือในร้าน 2,182 หลา ราคาวัสดุในร้านในขณะนี้มีประมาณคิดเป็นตัวเงิน
201,004 บาท มีการจดบันทึก เช็คสินค้าเป็นรายวัน สมาชิกสามารถตรวจสอบได้ที่ร้านค้ากลุ่มฯ
ผอ.อุสมาน ดือราแม ขอความร่วมมือจากสมาชิกว่า ให้ร่วมกันสนับสนุนกลุ่มฯ
ซื้อวัสดุจากกลุ่มแล้ว
กำไรก็จะได้กับกลุ่มฯ ปลายปีสามารถนำเงินปันผลแบ่งให้กับสมาชิกได้ จากการดำเนินการกลุ่มที่ผ่านมาระยะเวลา
4 เดือน กลุ่มได้กำไร 1 แสนกว่าบาท ถือว่าประสบความสำเร็จเกินเป้า ซึ่งก่อนเปิดร้านได้ตั้งกำไรต่อปีอยู่ที
1 แสน
บาท แต่กลุ่มสามารถทำกำไรภายใน 4 เดือน 1 แสนกว่าบาท เราจะต้องมีการพัฒนากลุ่มต่อไป
ต้องมีการปรับปรุง
ในส่วนที่บกพร่อง ที่ปรึกษากลุ่มฯ พร้อมจะให้คำแนะนำ เป็นพี่เลี้ยงกับพวกเรา
แต่ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสินใจแทนกลุ่มฯ
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร แนะนำผู้มีเกียรติและที่ปรึกษาซึ่งมาเข้าร่วมเวทีในวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นตัวแทน
จากธนาคาร SME เกษตรอำเภอเมืองปัตตานี พัฒนาการอำเภอเมืองปัตตานี สาธารณสุข
แรงงานจังหวัดปัตตานี ผู้
อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ สหกรณ์จังหวัดปัตตานี
กศน. และ
สกว.
คุณอุสมาน ดือราแม กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่มาในวันนี้ยินดีให้การสนับสนุนกลุ่มในทุก
ๆ ด้าน ธนาคาร SME
ยินดีให้การสนับสนุนในการทำแผนธุรกิจให้กับกลุ่มฯ การดำเนินงานของกลุ่มในขณะนี้ไม่ใช่ดีที่สุดแล้ว
ยังมีอีก
หลายเรื่องต้องได้รับการพัฒนาและแก้ไขเพื่อจะได้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
วันนี้ถือเป็นโอกาสดีของ
พวกเราที่สหกรณ์จังหวัดปัตตานี จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับจดทะเบียนกลุ่มเป็นสหกรณ์
ขอให้พวกเราตั้งใจฟัง ซึ่งจะ
ได้ข้อคิดดีๆ อีกเยอะ ที่เป็นประโยชน์กับพวกเรา
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
อธิบายว่า เมื่อกลุ่มตามธรรมชาติเริ่มโตขึ้น มีกำไรเยอะ ๆ
เริ่มจะมีปัญหา คือเรื่องระบบบัญชีต้องมีความเข้มแข็ง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้ที่จะมาดูแลระบบบัญชี
ควบคุม
ระบบบัญชี จึงมีความจำเป็นกลุ่มจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อสามารถทำนิติกรรมต่างๆ
ได้ กลุ่มต้องมีที่
ปรึกษาแต่ต้องจดทะเบียนก่อน ข้อผิดพลาดไม่ใช่ปัญหา เพราะเรากำลังหัดเดิน
หัดทำ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับสหกรณ์ว่าคืออะไร สหกรณ์ คือ การรวมกลุ่มกัน มีการระดมทุนจากสมาชิก
เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของ
สมาชิก ให้ความเป็นอยู่ของสมาชิกดีขึ้น สหกรณ์มีคนอยู่ 3 กลุ่ม คือ สมาชิก
คณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ สิ่งสำคัญที่
สุด คือสมาชิก กล่าวคือ หากสมาชิกไม่ให้ความร่วมมือสหกรณ์ก็อยู่ไม่ได้
มีแต่ค่าใช้จ่ายไม่มีรายได้ ไม่กี่วันก็ขาดทุน
พวกเราต้องอุดหนุนสหกรณ์ อย่าเห็นผลประโยชน์เพียงน้อยนิด ที่บุคคลภายนอกเสนอมาแต่ส่งผลกระทบกับ
สหกรณ์ การจดทะเบียนสหกรณ์ได้รับการยกเว้นเงินได้นิติบุคคล การทำนิติกรรมสัญญาต่าง
ๆ ได้รับการยกเว้น
การจัดตั้งสหกรณ์ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
เน้นย้ำอีกว่า ขณะนี้กลุ่มตาม
ธรรมชาติเริ่มโตแล้ว จะเป็นกลุ่มตามธรรมชาติอีกต่อไปคงจะไม่ได้แล้ว จำเป็นที่จะต้องมีการจดทะเบียน
คณะ
กรรมการต้องมีความเข้มแข็ง ต้องมีการประชุมสม่ำเสมอ เมื่อมีการประชุมจะต้องชี้แจงสถานะของกลุ่ม
ณ ปัจจุบัน
ทุกครั้ง ต้องมีการส่งงบการเงิน เพื่อควบคุมระบบการบริหารงาน และความเป็นสหกรณ์จะมีข้อดีหลายๆ
อย่าง ตาม
กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ใจความว่า รัฐต้องคุ้มครองระบบสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในหมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ต้องให้การสนับสนุนสหกรณ์ เป็นเครื่องชี้วัดถึงความมั่นคงในระบบสหกรณ์ได้ดี
ให้ที่ประชุมลงมติว่าต้องการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์หรือไม่
ที่ประชุมยกมือมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าให้มีการจด
ทะเบียนกลุ่มให้เป็นสหกรณ์จำกัด จากนั้นได้ซักถามว่าขั้นตอนไหนที่กลุ่มทำไปบ้างแล้ว
สำหรับเตรียมความพร้อม
การจัดตั้งสหกรณ์ โดยได้ไล่เรียงไปทีละประเด็น เริ่มด้วย ระเบียบวาระการจัดตั้งสหกรณ์
ประธานกลุ่มฯ แจ้งที่
ประชุมทราบว่ามีแล้ว การศึกษาอบรมระบบสหกรณ์ทำผ่านไปแล้ว กำหนดชื่อสหกรณ์
มีผู้เสนอชื่อสหกรณ์ดังนี้ (1)
สหกรณ์ผู้ผลิตกะปิเยาะห์จังหวัดปัตตานี จำกัด (2) สหกรณ์ผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
จำกัด
(3) สหกรณ์ผลิตหมวกกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี จำกัด และ
(4) สหกรณ์ผู้ผลิตกะปิเยาะห์มุสลิม
ปัตตานี จำกัด
ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกชื่อตาม (2)
คือ สหกรณ์ผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
จำกัด ด้วยคะแนนเสียง 47 เสียง ทั้งนี้ได้ให้สมาชิกในที่ประชุมเลือกคณะผู้จัดตั้ง
ปรากฏผลการเลือกคณะผู้จัดตั้งจำนวน 15 คน ดังนี้
| 1. นายสะมาแอ
เจะมะ |
ประธานกรรมการ |
| 2. นายอับดุลการีม
การีมะ |
รองประธานกรรมการ |
| 3. นางนาซีเราะห์
ปูเต๊ะ |
เลขานุการ |
| 4. นายมะยิ
ยีมะเย็ง |
เหรัญญิก |
| 5. นายแวหามะ
แวอาลีมาแย |
กรรมการ |
| 6. นายอับดุลเลาะ
ตาแกะ |
กรรมการ |
| 7. นายหามะ
หะยีนิเงาะ |
กรรมการ |
| 8. นายดอเลาะ
เจะอุบง |
กรรมการ |
| 9. นางมีดะ
เจะอุบง |
กรรมการ |
| 10 นายฮามะ
สิตีเลาะ |
กรรมการ |
| 11 นายมะยูโซะ
เจะปอ |
กรรมการ |
| 12 นายมัตตาร์
อูมาร์ |
กรรมการ |
| 13.
นายอาแซ อูมา |
กรรมการ |
| 14.
นางมีดะห์ ดือราแม |
กรรมการ |
| 15.
นางมือยัม หะยีดาแม |
กรรมการ |
อาจารย์เจะฮูเซ็น เจะอุบง ที่ปรึกษากลุ่มฯ ให้ความรู้ในเวทีในรูปแบบการขายกะปิเยาะห์ว่า
วิธีขายกะปิ
เยาะห์ที่ผ่านมามีหลายวิธี คือ (1) ผลิตแล้วขายให้กับคนในท้องถิ่น แล้วนำไปจำหน่ายต่างประเทศปีละ
2 ครั้ง ช่วง
รายอ (2) ขายให้กับคนที่นี่แล้วไปขายให้กับบริษัทคาโก้ (3) ขายให้กับคนที่นี่แล้วไปฝากขายให้กับคนไทยที่อยู่ที่ซา
อุดิอาระเบีย (4) ขายให้กับบริษัทที่ซาอุดิอาระเบีย สำหรับข้อ 4 กลุ่มต้องมีการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์และบริษัท
คือ สหกรณ์ดำเนินการในด้านการผลิต ส่วนบริษัทดำเนินการในเรื่องการขาย
เมื่อพวกเราเข้ากลุ่มกันแล้วจะต้องนึก
ถึง คือ นึกถึงตนเองและนึกถึงกลุ่ม
คุณจักฤทธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด เปิดมุมมองใหม่ในที่ประชุมว่า
ตลาดที่ซาอุดิอาระเบียเป็นตลาดใหญ่
เป็นศูนย์กลางตลาดในแถบตะวันออกกลาง เป็นตัวเชื่อมระหว่าง ผู้ขายกับผู้ซื้อ
เราในฐานะผู้ผลิตต้องคิดว่าเรา
ผลิตแล้วจะขายให้กับใคร ตลาดอยู่ที่ใด ตลาดภายในประเทศ ตลาดในต่างประเทศ
ตลาดที่มีประชากรเป็นมุสลิมอยู่
ที่ใดบ้าง ปัจจุบันการขายกะปิเยาะห์จะผ่านพ่อค้าคนกลางและฝากญาติไปขาย
ใน 2 ส่วนนี้ราคาจะต่างกันเล็กน้อย
แต่มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่มีการทำสัญญาระหว่างกัน กระทรวงพาณิชย์จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับพวกเรา
กลุ่มอยากได้
อะไรให้แจ้งท่านผู้ว่าราชการของเรา แล้วท่านจะประสานงานสู่เบื้องบนเอง
จากนี้ไปเราทำงานจะสบาย ส่วนราช
การจะเป็นพี่เลี้ยงให้กับพวกเรา และในอีกไม่กี่วันข้างหน้ารัฐจะพาผลิตภัณฑ์ไปแสดงที่ดูไบ
ซึ่งเป็นตลาดกลางใน
คาบสมุทรอาหรับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำลังคิดจะเอาผลิตภัณฑ์ไปขายในห้างที่ประเทศมาเลย์เซียภายในปี
2548 ให้พวกเราติดต่ออย่างเนิ่นๆ เพื่อเป็นช่องทางในการขยายตลาดของเรา
และให้พวกเรามีการพัฒนาฝีมือ มี
ความรับผิดชอบในอาชีพ ไม่ใช่ทำไปเพื่อให้ได้เงินเพียงอย่างเดียว คุณอับดุลการีม
การีมะ ได้เป็นตัวแทนของพวก
เราไปศึกษาตลาดตะวันออกกลางไปที่ดูไบในนามของกระทรวงพาณิชย์ ตลาดซาอุดีอารเบีย
มีอำนาจในการซื้อสูง
เพียงแต่เราต้องเน้นคุณภาพและผลิตตามรสนิยมของคน ซาอุดีอารเบีย ยังมีอีกเยอะที่ผลิตภัณฑ์ของปัตตานีที่
สามารถไปตีตลาดซาอุฯ เช่น ผ้าคลุมผมสตรีเป็นต้นการขยายตลาดต้องขยายไปเรื่อย
ๆ ไปดูตลาดที่บรูไน ปากี
สถาน คือทำอย่างไรให้โลกมุสลิมเป็นลูกค้าของเราได้ในส่วนของประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานียินดีให้การสนับสนุน
กลุ่ม สามารถเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ
คุณอุสมาน ดือราแม สรุปว่า จากการที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานีได้กล่าวถึง
มีประโยชน์ต่อพวกเรา
อย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการตลาด การขยายตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขอให้พวกเรานำข้อคิดเห็นดังกล่าวมา
ใช้กับกลุ่มของเรา
คุณอับดุลการีม การีมะ บรรยายสถานการณ์ปัญหาของกะปิเยาะห์ว่า
เราได้ทำหมวกซูดานประมาณ 10
กว่าปีแล้ว ช่วงแรกราคาขายดีมาก แต่ 2 ปีหลังนี้ราคาตกต่ำมาก จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดเกรด
คือ เกรด A,B,C
ให้พวกเราดูแลผลิตภัณฑ์ของพวกเราให้ดีอย่าให้ราคาต่ำกว่านี้ ซึ่งขณะนี้เราได้ประกันราคาอยู่ที่
310 บาทต่อกุดี
พวกเราอย่าไปขายในราคาที่ต่ำกว่านี้
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานแรงงานจังหวัดปัตตานี
กล่าวว่า ครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาที่ตำบลกะมิยอ แต่ชื่อ
เสียงของกะมิยอได้รับทราบมานานแล้ว ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการผลิตกะปิเยาะห์ใหญ่ที่สุดของโลกในขณะนี้
หากพี่
น้องไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องการประกอบอาชีพให้ร้องเรียนมายังแรงงานจังหวัด
ขณะนี้มี พ.ร.บ คุ้มครองแรงงาน ฉบับ 2541 สามารถนำมาบังคับใช้ได้แล้ว
ขอให้สมาชิกกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มที่ได้เตรียมมาแล้วส่งที่กลุ่มฯ
เพื่อประโยชน์ต่อผู้รับจ้างแรงงาน มีการคุ้มครองลูกจ้างตามสิทธิที่ควรจะได้รับ
คุณอุสมาน ดือราแม กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่จัดการประชุมในวันนี้ว่า
การประชุมในวันนี้ประสบผลสำเร็จ
อย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ขอขอบคุณสมาชิกกลุ่มเย็บหมวกกะปิเยาะห์และเครื่องแต่ง
กายมุสลิมปัตตานี ที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ และคณะผู้จัดประชุม ขอบคุณองค์การบริหารส่วนตำบล
กะมิยอที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องเสียง
เวทีตำนาน
OTOP กะปิเยาะห์แห่งกะมิยอ
เมื่อความสำเร็จของกลุ่มรับรู้กว้างขวางออกไป
หน่วยงานราชการต่างสนใจการทำงานของกลุ่มฯ มากขึ้น
จนวันที่ 14 ตุลาคม 2547 สำนักงานพัฒนาชุมชนเขต 9 ได้จัดเวทีตำนาน OTOP
ณ องค์การบริหารส่วนตำบล
กะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีผู้เข้าร่วมคือชาวบ้านผู้ผลิตกะปิเยาะห์ตำบลกะมิยอ
เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี บุคลากรศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี
นายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ หน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง
กระบวนการเริ่มจากแนะนำตัว ถอดความรู้เกี่ยวกับกะปิเยาะห์
สรุปสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข สังเกต
การผลิตกะปิเยาะห์ตามบ้าน ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการความรู้ดังนี้
ขุมทรัพย์ภูมิปัญญา
ความรู้ด้านการผลิตกะปิเยาะห์ เกิดจากการที่คนกะมิยอไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่นคร
มักก๊ะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย แล้วนำความรู้มาผลิตใช้เองและผลิตเพื่อขาย
โดยคนแรกที่นำมาผลิตคือหะยีนุ หะยี
แอ อดีตเจ้าของโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เรื่อยมา
ประวัติศาสตร์กะปิเยาะห์
คำว่ากะปิเยาะห์ ชาวอาหรับเรียกว่า คูฟียะห์ (สำหรับหมวกใบเดียว) หรือ
กา
วาฟี (สำหรับหมวกตั้งแต่ 2 ใบขึ้นไป) กะปิเยาะห์หมายถึงหมวก เป็นการแต่งกายของชาวอาหรับมาช้านาน
รวมถึง
ท่านนบีมุฮัมมัด ศาสดาแห่งศาสนาอิสลาม ผู้คนได้ยึดถือปฏิบัติตามท่าน
เมื่อท่านนบีมุฮัมมัดได้เสียชีวิตลง
บรรดาผู้สืบทอดจากท่านได้นำข้าวของเครื่องใช้ไปเก็บรักษาไว้ ตกทอดไปเรื่อยๆ
สุดท้าย หมวกและผ้าโพกศีรษะ
ของท่านนบีมุฮัมมัดก็ได้ถูกนำมาเก็บไว้ยังพิพิธภัณฑ์ประเทศตุรกี
เอกลักษณ์ กะปิเยาะห์มีการผลิตอยู่มากมาย
แต่ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ถือได้ว่าเป็น
จุดกำเนิดของการผลิตกะปิเยาะห์ กลุ่มผู้ผลิตอื่นๆ ที่ตั้งขึ้นในจังหวัดยะลา
และนราธิวาส เดิมทีเดียวก็เป็นคนตำบล
กะมิยอแห่งนี้ หากย้อนกลับไปถึงตั้งแต่แรกเริ่มการผลิตกะปิเยาะห์มาจนถึงปัจจุบัน
คนกะมิยอได้ผลิตหมวกในรูป
แบบต่างๆ มาถึง 21 รูปแบบ หากจะนับลวดลายคงหลายร้อยลาย อีกทั้งคุณภาพการผลิตที่ประณีตกว่าที่อื่นๆ
เป็น
จุดเด่นสำคัญของที่นี่
บริหารจัดการ เมื่อก่อนต่างคนต่างผลิต
ต่างคนต่างขาย จนมาถึงปี 2537 ได้เริ่มรวมกลุ่มกันหลวมๆ
เริ่มมีการแบ่งส่วนการผลิต แทนที่คนๆ เดียวจะผลิตทุกขั้นตอน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีมาตรฐานมากขึ้น
ผลิตได้
เร็วและมากขึ้น แต่ปัญหาที่กะปิเยาะห์ขายได้ดีในช่วงประกอบพิธีฮัจญ์
(3 เดือนใน 1 ปี) นอกจากนั้นก็ต้องลงทุน
ผลิตเพื่อเก็บสต็อก ทำให้ราคาตกต่ำในช่วงที่ตลาดไม่ต้องการ ส่งผลให้เกิดการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง
จึงเริ่มคิด
รวมกลุ่มกันจนสำเร็จในปี 2547 มีกรรมการบริหาร 15 คน ตำแหน่งประธาน เลขานุการ
เหรัญญิก ฝ่ายการตลาด
ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายระดมทุน เปิดรับสมาชิกได้
255 คน และระดมทุนได้
ถึง 700,000 กว่าบาท มีผลกำไรนับตั้งแต่เปิดร้านจำหน่ายวัสดุวันที่ 1
เมษายน 2547 ได้กำไรสุทธิ 150,333 คน
สามารถส่งออกกะปิเยาะห์ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ไปประเทศซาอุดิอาระเบียได้
ชีวิตสัมพันธ์ ปัญหาสุขภาพของคนทำกะปิเยาะห์เป็นสิ่งที่สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นสำคัญ
แต่ผลกระทบที่
เกิดขึ้นระหว่างการผลิตมีหลายประการ เช่น ปัญหาด้านสายตาที่ต้องเพ่งนานๆ
ประกอบกับแสงไฟที่ไม่พอเพียง
ปัญหากลิ่นสารเคมีที่มากับผ้า ระเหยเข้าจมูก บางคนเยื่อจมูกอักเสบ ปัญหาฝุ่นจากการตัดผ้า
ปัญหากระแสไฟฟ้า
จากจักรไหลเข้าร่างกาย เสียงจากจักร การสั่นสะเทือนของจักรโดยเฉพาะบ้านที่เป็นไม้
ทำให้คนในบ้านนอนไม่ได้
โดยเฉพาะช่วงก่อนพิธีฮัจญ์ หรือช่วงเดือนถือศีลอด หลายครอบครัวต้องเร่งผลิต
ร่างกายที่ไม่พร้อมแต่ต้อง
ตรากตรำทำงาน ปัญหาสุขภาพจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ทุกวันนี้ คนตำบลกะมิยอจะมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ
แต่ก็มีคนด้อยโอกาส คนยากจน ไม่มีจักร
เป็นของตัวเองอยู่ กลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์จึงต้องการให้มีจักรสัก 10
หลังเพื่อเปิดโอกาสกับคนเหล่านี้ และกลุ่มพร้อม
ที่จะสนับสนุนวัตถุดิบการผลิตเอง คนยากจนที่มาทำก็จะได้ค่าแรงเลี้ยงชีพให้
อาจจะซื้อจักรใหม่ หรือเกลี่ยจักรที่
ทางการส่งไปให้พื้นที่อื่นแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ เอามาตั้งไว้ที่นี่
แต่ทางพัฒนาชุมชนก็อธิบายว่าการเกลี่ยจักรจากที่
อื่นนั้นยาก เพราะเป็นครุภัณฑ์ที่ประจำในแต่ละพื้นที่ จึงแนะนำให้กลุ่มได้ทำโครงการเสนอไปใหม่
เพื่อให้ได้จักรมา
ประจำไว้ที่กลุ่ม
กะมิยอ...
เมืองกะปิเยาะห์
กิจกรรมของกลุ่มและโครงการวิจัย กระตุ้นให้เกิดความสนใจจากภายนอก
ในขณะที่เรื่องราวในตำบลกะมิยอก็ต้องไม่ละเลย การพัฒนาตำบลกะมิยอจะเป็นอย่างไร
โดยอิงกับของดีที่มีอยู่ในตำบล วันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 จึงนัดหมายที่จะเตรียมการประชุม
ณ ที่ทำการกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี ผู้เข้า
ร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ ทีมวิจัย เจ้าหน้าที่จาก
สกว.ครูอาสาฯ ตำบลกะมิยอ ครู ประกาศนียบัตรอาชีพตำบลกะมิยอ เจ้าหน้าที่จากสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
พัฒนาการอำเภอเมืองปัตตานี
คุณสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ กล่าวเปิดและชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุม
และกำหนดวาระการ ประชุมคือ การซื้อรถยนต์ของกลุ่ม งบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี
(งบประมาณ จากยุทธศาสตร์จังหวัด) การจ้างพนักงานประจำร้าน การออกแบบโลโก้
การส่งออก การจัดการวัตถุดิบ และการ พัฒนาตำบลกะมิยอให้เป็นเมืองกะปิเยาะห์
การซื้อรถยนต์ สอบถามความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ
เกี่ยวกับการซื้อรถยนต์ ใช้ในกิจการ ของกลุ่ม รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น
Hilux Hiro ตอนเดี่ยวหลังคาไฟเบอร์ ราคา 105,000 บาท ว่าที่ประชุมเห็นชอบ
หรือไม่ ที่ประชุมมีมติ ให้มีการซื้อรถยนต์ดังกล่าว เนื่องจากมีความจำเป็นจะต้องใช้ในการขนส่งวัสดุและใช้ในกิจ
การของกลุ่มฯ ในราคาดังกล่าว โดยใช้งบสนับสนุนจากพัฒนาฯ (งบยุทธศาสตร์จังหวัด)
การจัดสรรงบสนับสนุนยุทธศาสตร์จังหวัด สอบถามความคิดเห็นการบริหารเงินอุดหนุน
ว่าควรดำเนิน การอย่างไร
คุณดอเลาะ เจะอุบง แสดงความคิดเห็นว่า
เงินอุดหนุน 1,400,000 บาท ไม่เป็นธรรมหากจะเป็นสิทธิ เฉพาะสมาชิกที่อยู่ในตำบลกะมิยอเท่านั้น
ควรเป็นสิทธิของสมาชิกที่อยู่ในตำบลรอบนอกด้วย เพราะการก่อตั้งกลุ่ม
นี้เกิดจากสมาชิกที่อยู่รอบนอกด้วย
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ ให้แนวคิดการจัดการว่า
เงินอุดหนุนดังกล่าวหากมีการจดทะเบียนเป็น สหกรณ์ให้ลงบัญชีเป็นทรัพย์สินของกลุ่ม
และใช้ราคาจริงมาลงบัญชี
คุณมีดะห์ เจะอุบง ตั้งข้อสังเกตว่า วัตถุประสงค์เริ่มแรกของเงินอุดหนุน
เพื่อช่วยเหลือสมาชิก โดยตน เข้าใจว่าเป็นเงินที่อนุมัติในนามตำบลกะมิยอ
ก็แสดงว่าคงที่มีสิทธิก็คือประชาชนที่มีฐานะยากจนในตำบลกะมิยอ เท่านั้นที่จะมีสิทธิ
พัฒนาการอำเภอ ทำความเข้าใจกับสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมว่า
เงินดังกล่าวทางจังหวัดได้อนุมัติให้กับ กลุ่มนี้ เพื่อจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ให้กับสมาชิกกลุ่มเย็บกะปิเยาะห์
สำหรับกลุ่มฯ จะบริหารจัดการอย่างไร ก็ขอให้อยู่กับ คณะกรรมการกลุ่มนี้
แต่ที่สำคัญเงินดังกล่าวสามารถตรวจสอบ เมื่อมีคณะกรรมการมาตรวจสอบ
ที่ประชุมมีมติว่า เงินดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินของกลุ่ม
กลุ่มสามารถนำเงินนี้ใช้ในการบริหารจัดการได้ จะใช้ในการจ้างคนจนมาเย็บกะปิเยาะห์ที่เป็นของกลุ่ม
ส่วนกำไรหรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินนี้ให้เป็นสิทธิของ กลุ่มฯ หมายถึงของสมาชิกทุกคน
การจ้างพนักงานประจำร้าน คุณดอเลาะ เจะอุบง
พนักงานประจำร้าน ขอเพิ่มอัตราเงินเดือน จากเดิม 4,500 บาท เป็น 6,000
บาท เนื่องจากข้อตกลงตอนแรกว่า จะรับอัตราเงินเดือน 4,500 บาทต่อเดือน
ภายในระยะ เวลา 6 เดือน ซึ่งขณะนี้ 8 เดือนแล้ว การซื้อการขายวัสดุมากขึ้นกว่าเดิม
ไม่คุ้มกับอัตราเงินเดือนเดิม จึงได้เสนอ อัตราเงินเดือนใหม่เป็น 6,000
บาทต่อเดือน
ที่ประชุมมีมติให้เพิ่มอัตราเงินเดือนเป็น
6,000 บาทต่อเดือนให้กับพนักงานประจำร้าน โดยไม่กำหนดระยะ เวลา เริ่มตั้งแต่วันที่1
ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป
การออกแบบโลโก้ ที่ประชุมเสนอให้มีรูปมัสยิดปัตตานี
ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับโลโก้
การส่งออก ที่ประชุมมีมติว่าปีนี้จะไม่มีการส่งออกหมวกในนามกลุ่ม
ให้สมาชิกส่งหมวกผ่านคุณอับดุลกา รีม หรือรายอื่น ๆ แล้วแต่บุคคล
การจัดการวัตถุดิบ คุณมีดะห์ เจะอุบง เสนอให้กลุ่มฯ
ขายวัตถุดิบโดยการแลกกับหมวก ตามราคาของ วัตถุดิบที่เอารับไป
ที่ประชุมมีมติว่า จะไม่มีการขายวัตถุดิบแลกกับหมวก
เนื่องจากเกรงว่าไม่สามารถเรียกเก็บหมวกได้ เอา ไว้ในโอกาสหน้าจะพิจารณาในเรื่องดังกล่าวใหม่
วางแผนการประชุมพัฒนาตำบลกะมิยอให้เป็นเมืองกะปิเยาะห์ ที่ประชุมมีมติ
กำหนดให้เป็นวันที่ 7 ธันวาคม 2547 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ
เวลา 09.00 12.00 น. โดยให้ กศน.ออกหนังสือเชิญประชุม
เรื่องอื่น ๆ มีบุคคลสนใจจะซื้อหมวกของกลุ่มด้วยราคา
310 บาท เป็นเงินเชื่อ แต่กลุ่มจะรับซื้อเชื่อจาก สมาชิก 285 บาท หมวกเกรด
Bรถยนต์มาบริการด้วยแล้ว
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ ทำความเข้าใจกับคณะกรรมการกลุ่มเกี่ยวกับร่างข้อบังคับของ
สหกรณ์ให้กับ คณะกรรมการบริหารกลุ่ม และนัดหมายการประชุมเพื่อทำแผนธุรกิจของ
สหกรณ์ กำหนดวันที่ 13 ธันวาคม 2547 ณ ห้องประชุมสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
เวลา 09.00 12.00 น.
โครงการวิจัยของกลุ่มนี้ ได้รับพิจารณาจาก สกว.
ให้เป็นโครงการวิจัยดีเด่น ประจำปี 2547 ซึ่งจะต้องไป แถลงข่าวที่กรุงเทพฯ
วันที่ 17 ธันวาคม 2547 โดยตัวแทนทีมวิจัย ระหว่างนี้ให้ทีมวิจัยสำรวจข้อมูลของปี
2547 ใหม่ เพื่อจะเปรียบเทียบกับข้อมูลของปี 2546 ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือมีแนวโน้มอย่างไร
การจ้างคนทำหมวกของกลุ่ม จะจ้างต่อหรือไม่
เนื่องจากประธาน และเหรัญญิกกลุ่มจะต้องไปทำฮัจญ์ เกรงว่าจะไม่มีคนสานต่อ
ที่ประชุมมีมติให้มีการจ้างต่อ ก่อนประธานกลุ่มฯ จะปิดการประชุมด้วยการอ่านดุอาร์
วันที่ 7 ธันวาคม 2547 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ
เป็นวันนัดหมายสำคัญที่จะว่าด้วย การพัฒนาตำบลกะมิยอให้เป็นเมืองกะปิเยาะห์
มีผู้เข้าร่วมถึง 36 คนประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์บริการการ ศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี
ธนาคาร SME สาขายะลา สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ หน่วย ประสานงานวิจัยท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง
(สกว.) สหกรณ์จังหวัดปัตตานี นักศึกษาปริญญาโท มอ.ปัตตานี อาจารย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตปัตตานี บัณฑิตอาสาฯ มอ.ปัตตานี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ
ปลัดตำบลกะมิยอ ครูอาสาฯตำบลกะมิยอ ครูประกาศนียบัตรอาชีพตำบลกะมิยอ
ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลกะมิ ยอ อนามัยตำบลกะมิยอ นักวิจัยท้องถิ่น
และคณะกรรมการบริหารกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิม ปัตตานี
อ.กรวิภา ขวัญเพ็ชร เล่าความเป็นมาและชี้แจงวัตถุประสงค์ว่า
ตำบลกะมิยอเป็นแหล่งผลิตกะปิเยาะห์ที่ ใหญ่ที่สุดในประเทศ เมื่อปี 2546
จากข้อมูลที่สำรวจโดยนักวิจัยท้องถิ่นปรากฏว่า มีการส่งออกกะปิเยาะห์มูลค่ากว่า
45 ล้านบาท แต่ผู้ผลิตกะปิเยาะห์กลับประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงมีแนวคิดว่าจะรวมกลุ่มกันเพื่อจะพยุงราคา
หมวก ซึ่งตอนแรกกลุ่มคิดว่าปัญหาด้านเงินทุนเป็นปัญหาหลัก พอได้เชิญแหล่งเงินทุนมาร่วมประชุมกับกลุ่ม
ซึ่ง สถาบันการเงินต่างๆ พร้อมจะให้เงินกู้กับกลุ่มแต่กลุ่มจะบริหารจัดการอย่างไร
สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของแหล่ง เงินทุนได้หรือไม่ ก็เลยรู้ปัญหาที่แท้จริง
คือ กระบวนการรวมกลุ่มของสมาชิกให้มีความเข้มแข็ง กลุ่มแกนนำก็ได้ ร่วมประชุมกันหาแนวทางในการรวมกลุ่ม
โดยได้ร่วมกับ กศน.และสกว.มาร่วมทำโครงการวิจัยท้องถิ่นด้วย จาก การประชุมหลายๆ
ครั้งก็ได้มีการร่างระเบียบของกลุ่ม เมื่อร่างเสร็จก็ได้เรียกประชุมสมาชิกทั้งหมด
เพื่อพิจารณา ร่างระเบียบและคัดเลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่ม เริ่มมีการระดมทุนจากสมาชิกได้ประมาณ
7 แสนกว่าบาท มี สมาชิก 255 ราย ได้มีการเปิดร้านค้าจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เย็บหมวกกะปิเยาะห์
ตอนแรกได้กำหนดเป้าหมายกำไร ต่อปี 1 แสนบาท แต่พอดำเนินการได้ประมาณ
4 เดือน ปรากฎว่ากลุ่มมีกำไร 150,000 กว่าบาท มีการส่งออก หมวกกะปิเยาะห์ในนามกลุ่มรอบแรก
11,000 กุดี เป็นเงิน 3 ล้านกว่าบาท เมื่อกลุ่มเริ่มโตขึ้นทำให้มีหลายหน่วยงาน
สนใจที่จะร่วมสนับสนุนกลุ่ม พัฒนาอำเภอได้อนุมัติเงินยุทธศาสตร์จังหวัด
1,400,000บาทให้กับกลุ่ม โครงการวิจัยที่ได้ร่วมทำกับกลุ่มนี้ก็ได้รับการคัดเลือกเป็นโครงการวิจัยดีเด่นประจำปี
2547 ซึ่งเกิดจากการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ได้รับเชิญเข้าร่วมเวทีมุมมองจากนักวิจัย
ต้องไปเสนอต่อที่กรุงเทพฯ ต่อไปก็จะมีผู้รู้จักตำบลกะมิยอมากขึ้น เวทีในวันนี้ต้องการประชุมหารือ
เพื่อระดมความคิดเห็นการพัฒนา ตำบลกะมิยอให้เป็นเมืองกะปิเยาะห์จะมีแนวทางอย่างไร
คุณอุสมาน ดือราแม ผู้อำนยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี
กล่าวต้อนรับ ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมว่า ที่ผ่านมาได้มีการประชุมหลายๆ
ครั้ง และได้ติดตามเข้าร่วมประชุมอยู่เสมอ คณะ กรรมการกลุ่มได้ทุ่มเททั้งเวลาและกำลังทรัพย์
เพื่อให้กลุ่มประสบความสำเร็จ แต่ก่อนที่จะมีการพัฒนาตำบลกะมิยอ ให้เป็นเมืองกะปิเยาะห์นั้นถือว่าเป็นงานที่ยากพอสมควร
ก็เลยอยากถามคณะกรรมการกลุ่มกะปิเยาะห์ทุกคนว่าจะ ร่วมมือกันพัฒนาอีกหรือไม่
เพราะหากมีแต่คนที่จะสนับสนุนอย่างเดียวกลุ่มไม่ต้องการ การพัฒนาก็จะไม่เกิด
คณะกรรมการกลุ่ม คณะกรรมการกลุ่มเห็นชอบที่จะเดินหน้าต่อไป
เพื่อผลักดันให้ตำบลกะมิยอเป็นเมือง กะปิเยาะห์ ทุกคนพร้อมที่จะร่วมมือกัน
ยอมเสียสละทั้งๆ ที่ทุกคนมีภาระหน้าที่ แต่พร้อมที่จะสนับสนุนกลุ่มให้มีความเข้มแข็งต่อไป
แม้บางครั้งจะมีบางจุดที่จะต้องปรับปรุงก็พร้อมที่จะปรับปรุง ส่วนที่บกพร่องร่วมกันแก้
คุณหมะ เจะมะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ ให้ทัศนะต่อที่ประชุมว่า
ขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนจะพัฒนาตำบลกะมิยอ กลุ่มที่ได้มีการจัดตั้งนั้นไม่ได้ระบุเจาะจงเฉพาะตำบลกะมิยอ
ระบุเป็นจังหวัดปัตตานี คณะกรรมการกลุ่ม สมาชิกกลุ่มไม่ใช่เฉพาะมีในตำบลกะมิยอ
มีทั้งตำบลตาแกะ อำเภอยะหริ่ง มีทั้งตำบลคลองมานิง มีทั้งตำบลสะดาวา
อำเภอยะรัง ก็ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันคิดว่าจะให้กะมิยอเป็นเมืองกะปิเยาะห์หรือให้จังหวัดปัตตานีเป็นเมืองกะปิเยาะห์
ในส่วนของ อบต. ได้ร่วมสนับสนุนกลุ่มนี้มาโดยตลอด
แม้ด้านเงินทุน อาคารสถานที่ และด้านอื่นๆ ในฐานะชาวตำบลกะมิยอขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนให้กะมิยอหรือกลุ่มกะปิเยาะห์เกิดการพัฒนา
คุณสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ ทำความเข้าใจกับผู้เข้าร่วมประชุมว่า
เงินที่ได้รับการสนับสนุน จำนวน 1,400,000 บาทนั้น ยกเป็นทรัพย์สินของกลุ่มฯ
สำหรับจัดซื้อวัตถุดิบ กะปิเยาะห์ เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิก
คุณสุกัญญา แสงสุวรรณโณ (สกว.) ได้ดำเนินการเวที
โดยตั้งประเด็นในการประชุมว่าจะกำหนดกะมิยอ หรือ จังหวัดปัตตานี ให้เป็น
เมืองกะปิเยาะห์ โดยให้ที่ประชุมร่วมแสดงความคิดเห็น
คุณหมะ เจะมะ เสนอว่า ควรกำหนดให้จังหวัดปัตตานีให้เป็นเมืองกะปิเยาะห์
เนื่องจากสมาชิกที่เย็บหมวกกะปิเยาะห์ไม่ได้มีเฉพาะตำบลกะมิยอ หากกำหนดว่าเป็นกะมิยอ
เกรงว่าแรงสนับสนุนจากภายนอกไม่มี เพราะกลุ่มนี้เกิดขึ้นได้ไม่ใช่เฉพาะคนในตำบลกะมิยอ
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานีให้ความเห็นว่า
เป้าหมายเริ่มแรกที่ได้รวมกลุ่มคือ เพื่อรวมคน และรวมผลิตภัณฑ์ ร่วมซื้อร่วมขาย
เราได้ตกลงในตอนแรกๆ ว่าจะรวมเครือข่ายกัน ก็หมายถึง การรวมจังหวัด ซึ่งตอนแรกเราได้รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มตามธรรมชาติอยู่
ยังไม่ได้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่ขณะนี้กลุ่มเริ่มเติบโตต้องมีการจดทะเบียน
สมาชิกมีความเห็นว่าจะจดทะเบียนเป็นสหกรณ์และได้ตั้งชื่อของสหกรณ์ว่า
สหกรณ์ผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมจังหวัดปัตตานี ก็แสดงว่าควรจะกำหนดจังหวัดเป็นเมือง
กะปิเยาะห์
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร เปิดประเด็นให้ทุกคนเขียนในกระดาษแสดงความเห็นถึง
เมืองกะปิเยาะห์ ตามทัศนคติของแต่คนว่าเป็นอย่างไร ควรมีอะไรบ้าง ผลปรากฏว่ามีความเห็นหลากหลาย
ดังนี้ เมืองกะปิเยาะห์ในทัศนคติ เป็นแหล่งฝึกอบรม แข่งขันทักษะฝีมือ
เป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่าย การกำหนดราคา กำหนดมาตรฐานหมวก กะมิยอเป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์กะปิเยาะห์
เป็นศูนย์ประสานงานเครือข่ายกะปิเยาะห์ มีเว็บไซด์ให้คนทั่วโลกรู้จัก
และสั่งซื้อได้สะดวก เป็นศูนย์กลางเครื่องแต่งกายมุสลิมโลกตำบลกะมิยอเป็นจุดศูนย์กลางของการผลิตเครื่องแต่งกายมุสลิมของ
จังหวัดปัตตานี มีอาคารสำหรับผู้ผลิตมารวมกันเป็นสถานที่เดียวกัน เป็นแหล่งรวบรวมรูปแบบ
ลวดลายกะปิเยาะห์ชนิดต่างๆ เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับกะปิเยาะห์ เมื่อพูดถึงกะปิเยาะห์ต้องนึกถึงกะมิยอทันที
กะมิยอคือเมืองกะปิเยาะห์
คุณไพโรจน์ ชุมวงศ์ ธนาคาร SME สาขายะลา
ตั้งคำถามสำคัญว่า เป็นไปได้ไหม ที่จะขายผลิตภัณฑ์กะปิเยาะห์จากที่ขายได้เฉพาะบางช่วง
จะขายได้ตลอดทั้งปี หรือปีละหลายๆ ครั้ง หากเป็นไปได้ก็อยากให้ทุกคนร่วมกันกันคิดหาแนวทาง
การระบุ Made in Thailand จะกำหนด เพิ่มอีกว่าโดยที่ไหน เช่น By Kamiyo
แต่เมื่อมีการกำหนดโดยกะมิยอแล้วจะต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะของกะมิยอ เป็นต้นว่าสวมใส่สบาย
ให้กลุ่มมีการคำนวณค่าใช้จ่าย เวลา จำนวน ที่ใช้ในการผลิต เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วก็จะเป็นข้อมูลต่างๆ
ที่ใช้ในการวางแผนได้ กลุ่มควรมีแผนธุรกิจ ทางธนาคาร SME พร้อมที่จะร่วมทำแผนธุรกิจให้กับกลุ่ม
คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ แนะนำว่า อยากให้กลุ่มนี้เป็นตัวแทนรับ
Order ต่างๆ ไม่เฉพาะเจาะจงแต่กะปิเยาะห ์ หากมี Order ที่สามารถใช้ได้กับจักรที่ใช้เย็บกะปิเยาะห์ก็ควรรับ
เพื่อให้สมาชิกใช้โอกาสที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ได้กำหนดประเด็นก่อนปิดการประชุมว่า
ท่านได้อะไรจากเวทีนี้ แล้วให้ทุกคนให้พูด ซึ่งรับคำตอบว่า เห็นการรวมแรงรวมใจที่จะเป็นพลังพัฒนาต่อไป
โดยการร่วมมือร่วมใจของหลาย ๆ ฝ่าย ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับระบบธุรกิจมากขึ้น
เห็นพลังและศักยภาพของชาวตำบลกะมิยอ ทุกคนตั้งใจ ร่วมมือร่วมใจกันดีมาก
ได้ประสบการณ์มากขึ้น ได้ทราบถึงวิธีการบริหารจัดการเงินทุนของกลุ่ม
และเงินสนับสนุนจากภายนอก ได้ทราบถึงวิธีการผลิตของกลุ่ม ได้แนวคิดโดยเฉพาะด้านการตลาด
การส่งออก ได้ทราบถึงวิธีการแก้ปัญหาของชุมชนแบบยั่งยืน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
การรวมเป็นศูนย์กลางของอาชีพ ได้รู้จักหน่วยงานสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ
ได้ทราบวิวัฒนาการของกลุ่ม ได้รู้จักกลุ่มต่างๆ ที่เข้ามามี ส่วนร่วมในกลุ่ม
ได้ความรู้เกี่ยวกับหมวกกะปิเยาะห์และระบบสหกรณ์ ได้เครือข่ายเพิ่มขึ้น
ได้เห็นแนวทางในการพัฒนาหมวกกะปิเยาะห์ให้ดียิ่งขึ้น ได้ทราบถึงกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม
(PAR) ทำให้มีแนวคิดว่าน่าจะมีการออมทรัพย์ และการเข้าหุ้นเป็นรายเดือน
ได้ทราบถึงความก้าวหน้าของกลุ่ม
อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ได้ตั้งคำถามก่อนปิดการประชุมว่า
ท่านจะพัฒนากลุ่มนี้ได้อย่างไร คำตอบที่ได้คือ ยินดีช่วยเหลือเป็นกำลังใจและร่วมเรียนรู้
ช่วยเป็นที่ปรึกษาในเรื่องการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจ ช่วยเป็นฝ่ายประสานงานระหว่างหน่วยตำบลกับหน่วยงานเบื้องบน
ยินดีช่วยเหลือในด้านการบัญช ี การบริหารผลผลิต จัดทำแผนธุรกิจ การให้กู้ยืมเงิน
ร่วมสนับสนุนโครงการให้กลุ่มประสบความสำเร็จตาม วัตถุประสงค์ อุดหนุนกิจกรรมของสหกรณ์
และกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ประชาสัมพันธ์ให้คนอื่นๆ ได้รู้จักกลุ่มนี้มากขึ้น
ช่วยเหลือในเรื่องกระบวนการกลุ่ม ส่งเสริมและผลักดันกะปิเยาะห์สู่ตลาดโลกและเป็นที่ต้องการอันดับหนึ่งของโลกมุสลิม