สรุปรายงานฉบับสมบูรณ์
ส่วนที่ 1 ความเป็นมาของโครงการ
ส่วนที่ 2 บริบทชุมชน
ส่วนที่ 3 การทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ส่วนที่ 4 กระบวนการวิจัย
ส่วนที่ 5 การวิเคราะห์ผล
ส่วนที่ 6 บทเรียนที่ได้จากการทำวิจัย
ส่วนที่ 7 ภาคผนวก
 

                                                                               

                      ส่วนที่ 4(ต่อ)           
กระบวนการวิจัย

วางแผนธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ฯ ร่วมกับสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
     วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เวลา ณ ห้องประชุมสหกรณ์จังหวัดปัตตานี ได้นัดหมายคณะกรรมการ บริหารกลุ่มฯ มารับความรู้เรื่องการวางแผนธุรกิจ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการขอจัดตั้งสหกรณ์และขอรับการ สนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย สหกรณ์จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ จาก สกว. เจ้าหน้าที่จาก กศน. คณะกรรมการบริหารกลุ่มฯ
     คุณแวดาโอะ แวดอเลาะ นักวิชาการสหกรณ์จังหวัดปัตตานี อธิบายว่า “วัตถุประสงค์ของสหกรณ์ ร่วมมือ เพื่อดำเนินธุรกิจ เพื่อช่วยเหลือสมาชิก การบริหารงานอย่างเป็นธรรม เพื่อเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายแก่สมาชิก สร้างนิสัยการประหยัด ส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อให้สังคมและชุมชนมีความรักสามัคคี” นอกจากนี้ยังได้อธิบาย โครงสร้างในระดับต่างๆ ของสหกรณ์ว่าต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
     แผนการดำเนินงาน แผนบริหารจัดการ อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ โครงสร้างเจ้าหน้าที่ จำนวนสมาชิก แผน บริหารเงินทุน ทุนเรือนหุ้น เงินรับฝาก เงินร่วมลงทุน เงินอุดหนุน แผนบริหารธุรกิจและการตลาด จัดหาวัสดุ รวบ รวมผลผลิตอื่นๆ แผนพัฒนาบุคลาก อบรมเจ้าหน้าที่ อบรมคณะกรรมการบริหาร อบรมสมาชิก แบบฟอร์มที่จะ ต้องยื่นต่อสหกรณ์ ซึ่งเป็นเอกสารหมายเลข 4 (บัญชีรายชื่อผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์)

แผนดำเนินธุรกิจ

ที่
รายการ/กิจกรรม
หน่วยนับ
แรกตั้ง
ปีที่1
ปีที่2
ปีที่3
1
รับสมาชิก
คน
255
100
150
200
2
เก็บค่าหุ้น
บาท
700,000
200,000
200,000
200,000
3
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
บาท
50
100
200
300

     ความคาดหวัง เป็นอาชีพที่ยั่งยืน จังหวัดปัตตานีเป็นเมืองกะปิเยาะห์ เป็นผลิตภัณฑ์ของประเทศไทยสู่ ตลาดโลก มียี่ห้อ Fatoni Thailand ในโลกมุสลิม ความเป็นสหกรณ์ได้เปรียบ เพราะสู่ระดับรากหญ้า รักษาฝีมือ ระดับอาชีพที่คงที่ ทำหลายคน แต่มีมาตรฐาน (Quality) ที่ไปเย็บกะปิเยาะห์ที่ซาอุดิอาระเบียยังมีอีกเยอะ ให้มี Logo ที่ชัดเจน บ่งบอกที่มาของการผลิต Made in …. ภารกิจของสหกรณ์ควรกำหนดว่า (1) ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพ ราคาพอสมควร (2) รูปแบบทันสมัย สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด (3) ลดต้นทุนการผลิต และ (4) ลดต้นทุนการขาย การตลาด

    วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ คือ (1) เพื่อร่วมมือกันในการดำเนินธุรกิจ (2) เพื่อช่วยเหลือตัวเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (3) เพื่อสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคม (4) เพื่อส่งเสริมอาชีพและเพิ่ม รายได้ให้แก่สมาชิก (5) เพื่อการประหยัด ลดค่าใช้จ่าย รวมซื้อ รวมขาย (6) เพื่อส่งเสริมการศึกษา (7) เพื่อสร้าง ความอยู่ดี กินดีของสมาชิก ชุมชน และสังคม
     ประเภทสหกรณ์ เกษตร ประมง นิคม ร้านค้า บริการ (มีกิจกรรมที่กว้าง อเนกประสงค์) ออมทรัพย์ จด ทะเบียนทั้งจังหวัดได้

โครงสร้างของสหกรณ์ สมาชิก ที่ประชุมกลุ่ม คณะกรรมการ กิจกรรมของกลุ่ม

  

    โครงสร้างกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มสมาชิก ที่ประชุมใหญ่ (ผู้ตรวจกิจการ) คณะกรรมการดำเนินงาน และอนุกรรมการ ผู้จัดการ แผนกต่างๆ

      ปัญหาสหกรณ์ที่ล้มเพราะจัดตั้งไว้เฉยๆ ไม่มีแผนดำเนินการ ซึ่งแผนการดำเนินงานควรตั้งไว้ 3 ปี ประกอบด้วย แผนบริหารจัดการ แผนบริหารเงินทุน และแผนธุรกิจ
      ในปี 2547 นายทะเบียนสหกรณ์ วิธีขอจัดตั้งสหกรณ์ 10 พฤษภาคม 2547 กำหนดวิธีการที่จะต้องปฏิบัติ เมื่อก่อนจัดตั้งง่ายไป บางสหกรณ์ตั้งแล้วปล่อยไว้ ไม่ได้เดินต่อ คณะจัดตั้ง 15 คน ก่อนเลือกต้องมีความรู้เกี่ยว กับสหกรณ์ ผ่านอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง แต่กลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ฯ ทำไปมากกว่า เมื่อได้คณะผู้จัดตั้ง ปรึกษา หารือ โดยทำแผนไว้ 1 ปี บัญชี ต้องทำแผนล่วงหน้า ทำอะไร อย่างไร มีงบประมาณอย่างไร สหกรณ์ที่จดแล้ว หากไม่ดำเนินการโดยมี่เหตุสมควร นายบัญชีอาจสั่งเลิกได้ ถ้าไม่ทำงาน ภารกิจคณะผู้จัดตั้ง กำหนดแผนธุรกิจ จัดทำข้อบังคับ (ทำแล้ว)
      คุณประสงค์ กล่าวว่า “ผมทำหน้าที่พัฒนาดูแลบริหารงานการตลาด สหกรณ์อาชีพกะปิเยาะห์ ก่อนหน้า นั้นทดลองทำมาแล้ว เรียนรู้กันมาแล้ว ได้อะไร ดีอย่างไร ต่อมาผลิตรวมกัน ขายรวมกัน เมื่อโตขึ้น คนรับผิดชอบ กลุ่มธรรมชาติอาจคิดว่ามีปัญหา ขั้นทำแผนสหกรณ์ ฐานข้อมูลเดิม กำหนดเป็นแผนในอนาคต ตอนนี้ทำให้มีเป้า หมาย แผนให้ออกมาจากสมาชิกสหกรณ์จริงๆ คิดแล้วนำเสนอสมาชิก แล้วจะมีความเห็นอย่างไร ถ้าสมาชิกมี ส่วนร่วมรับรู้ก็จะดีขึ้น ต้องเป็นไปตามความต้องการได้ ทำได้ มีการคิดว่าใครผลิตอะไร มีผลิตภัณฑ์ตัวอื่นไหม หรือกะปิเยาะห์แต่ละลายใครผลิต เกิดความชำนาญ มีการผลิตตามตลาด และผลิตเพื่อตลาด แต่อย่าให้เหลือล้น ผลิตแล้วขายที่ไหน รักษาตลาดเดิม อย่าให้เสียลูกค้า แล้วขยายตลาดใหม่ ปรับปรุงกะปิเยาะห์ให้เป็นหมวกแฟชั่น ขายคนต่างศาสนา มีสีสัน พัฒนารูปแบบอย่างไร อย่างผู้นำปาเลสไตน์ (ยัตเซอร์ อาราฟัต) ใช้ผ้าลายหมากรุก มีวง ดนตรีเพลงเพื่อชีวิตบ้านเราก็นำมาใช้เป็นแฟชั่น ไม่รู้จะได้หรือไม่ ผลิตเท่าไหร่ ขายที่ไหน พัฒนารูปแบบทั้งใช้ใน ศาสนาและแฟชั่น นำเรื่องวิถีชีวิตของเราเป็นแฟชั่น ผ้าบาติกใช้ในบ้านเรา ผ้าฝ้าย ผ้าไหม อยู่อีสาน เดี๋ยวนี้ขายได้ ทั่วประเทศและทั่วโลก แผนงานที่ต้องมีสำหรับสหกรณ์ คือ (1) การรับสมัครสมาชิกเพิ่ม (2) การดำเนินธุรกิจโดย สมาชิกมีส่วนร่วม (3) การจัดหาทุนดำเนินการ (4) การฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้แก่สมาชิก และ (5) การจัดให้มีผู้จัด ทำบัญชีสหกรณ์
      บัญชีรายชื่อของผู้ที่จะเป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยแปลงจากสมาชิกเราที่มีมาลงในแบบฟอร์ม โดยบุคคลใน ลำดับที่ 1 – 15 จะเป็นคณะผู้จัดตั้ง ส่วนที่เหลือเป็นสมาชิกของสหกรณ์ ที่สำคัญคือ หมายเลขบัตรประชาชน ส่วน การรับรอง ให้ทำเฉพาะหน้าสุดท้าย มีประธาน เลขานุการ เซ็นชื่อรับรอง
     จากนี้ไปควรมีการประชุมใหญ่อีกครั้ง เพื่อยืนยันจดทะเบียน มีแผนธุรกิจ และข้อบังคับเข้าที่ประชุมสมาชิก ทั้งหมดเพื่อรับรอง พร้อมบัญชีรายชื่อ จดทะเบียนประมาณเดือนมกราคม 2548 หรือจะเร็วกว่านั้นก็ได้
      คนต่างจังหวัดปัตตานี จะเปิดกว้างไว้ก็ได้ แล้วแต่คณะผู้จัดตั้ง หรือกำหนดคุณสมบัติกว้างๆ ไม่ต้องระบุว่า สมาชิกต้องเป็นคนปัตตานี ข้อเป็นห่วงคือการบริหารจะควบคุมได้ไหม เช่น คนไกลๆ มาซื้อแบบเงินเชื่อแล้วการ ติดตามจะลำบาก การขอจดทะเบียนนิติบุคคล ต้องมีระเบียบ เหมือนคนมีชีวิต มองทรัพย์สิน อาจมีสาขา หรือซื้อ ทรัพย์ในนามนิติบุคคล เมื่อคนตายก็จัดการมรดก สมาชิกมีสิทธิ ให้กลุ่มผู้ผลิต มีการทำสัญญารับประกัน ป้องกัน ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รับตาม Order
      ที่ประชุมได้นัดหมายการประชุมต่อเพื่อทำแผนธุรกิจภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2548

กลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานีในบทบาทแหล่งเรียนรู้ดูงาน
     นอกจากจะเป็นแหล่งที่ให้ความรู้ในกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นแล้ว กลุ่มฯ ยังมีโอกาสต้อนรับกลุ่มอาชีพ ที่สนับสนุนโดยศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการรวมกลุ่ม ได้เป็นอย่างดีด้วย วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 คณะกรรมการบริหารฯ จึงรอรับคณะที่จะมาดูงาน ณ ที่ทำการกลุ่มผู้ ผลิตกะปิเยาะห์ฯ
      คุณอุสมาน ดือราแม ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี กล่าวต้อนรับการ ศึกษาดูงานจาก ได้เล่าถึงกิจกรรมของกลุ่มกะปิเยาะห์ ที่ได้มีการระดมทุนจากสมาชิก แล้วเปิดร้านจำหน่ายวัตถุดิบ ที่ใช้ผลิตกะปิเยาะห์ ในส่วนกระบวนการผลิตกะปิเยาะห์ สมาชิกจะผลิตที่บ้าน แล้วส่งไปขายต่างประเทศ โดยการ ฝากขายที่กลุ่มฯ หรือจะขายให้กับพ่อค้าคนกลาง หรือผ่านแซะห์ (ผู้นำคณะไปประกอบพิธีฮัจญ์) บางส่วน และกล่าว ถึงความสำเร็จในการรวมกลุ่มว่า “การทำงานกลุ่มฯ ต้องมีความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกเพียง อย่างเดียว มีการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ขอให้กลุ่มอาชีพที่มาเยี่ยมเยียนวันนี้ เก็บเกี่ยวส่วนที่เป็น ประโยชน์ที่ได้จากคณะกรรมการกลุ่มฯ แล้วไปปรับใช้กับกลุ่มของตนเองตามความเหมาะสม กระบวนการทำงาน ของกลุ่มกะปิเยาะห์ ใช้เครื่องมือการวิจัยท้องถิ่นมาใช้ จนเกิดการรวมกลุ่มที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น จนได้รับเกียรติ เป็นโครงการวิจัยเด่นระดับประเทศประจำปี 2547 อาจารย์กรวิภา มีส่วนอย่างมากในการผลักดันกลุ่มนี้ให้เกิดการ รวมกลุ่ม”
      อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร เล่าเสริมว่า “กลุ่มนี้เริ่มจากกลุ่มนักศึกษาสายสามัญของ กศน. กลุ่มทักษะ อาชีพ กลุ่มพัฒนาอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีการศึกษาสภาพปัญหา และหาแนวทางในการจะแก้ปัญหาของตน ใช้กระบวนการวิจัยท้องถิ่นของ สกว. ในการทำงาน มีการเก็บรวบรวมข้อมูลกะปิเยาะห์ มีผู้ผลิตกะปิเยาะห์ใน ตำบลกะมิยอจำนวน 78 ราย มีการพูดคุยกับสถาบันการเงิน เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุน มีการร่างระเบียบของ กลุ่ม นำเสนอระเบียบเพื่อพิจารณา มีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่ม มีการระดมทุนจากสมาชิก 7 แสนกว่า บาท สมาชิกทั้งสิ้น 255 ราย มีการฝากขายหมวกกะปิเยาะห์ครั้งแรก 3 ล้านกว่าบาทได้รับเงินสนับสนุนยุทธศาสตร์ จังหวัด 1,400,000 บาท การบริหารจัดการ 4 เดือนแรก ได้กำไรประมาณ 150,000 บาท โครงการวิจัยกลุ่มกะปิ เยาะห์ได้รับดีเด่นประจำปี 2547 ได้ไปแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ จำนวน 2 ครั้ง”
      หลังจากได้พูดคุยกันแล้ว ตัวแทนคณะที่มาศึกษาดูงานได้มอบของที่ระลึกให้ประธานกลุ่มผู้ผลิตกะปิ
เยาะห์ฯ ก่อนเดินทางไปดูงานที่กลุ่มผ้าคลุมผมตันหยงลีมอ บ้านสระมาลา ตำบลคลองมานิง จังหวัดปัตตานีเป็นจุด
ต่อไป

เสวนาร่วมกับนักวิจัยชาวบ้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 ณ โรงเรียนตาดีกาบ้านกะมิยอ ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ทีม วิจัยโครงการรวมกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ฯ ได้มีโอกาสประชุมหารือกับนักวิจัยชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาค ใต้ มีประเด็นที่ตั้งไว้ว่าบทบาทนักวิจัยที่ผ่านการทำโครงการวิจัยมาแล้วจะเป็นพี่เลี้ยงช่วยเหลือโครงการน้องใหม่ ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทักษะให้กับนักวิจัยใหม่และนักวิจัยเก่า ขยายผลไปสู่การทำวิจัยเรื่องอื่นๆ
     บทบาทนักวิจัยเดิมที่จะให้เป็นพี่เลี้ยงช่วยเหลือโครงการใหม่นั้น นักวิจัยเดิมยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นพี่เลี้ยงได้ หรือไม่ เนื่องจากตนเองก็ยังทำได้ไม่ดี ยังไม่เข้าใจในการทำวิจัยท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง การจัดทำเอกสารก็ยังไม่พร้อม งบประมาณ/ค่าตอบแทนไม่มี ทำให้ขาดแรงกระตุ้นที่เคลื่อนงานวิจัย
     เจ้าหน้าที่ของสำนักงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ ก็บอกถึงที่มาในเรื่องดังกล่าวว่ามีที่มาจากปัญหาบุคลากร ของ สกว. เอง คือมีเจ้าหน้าที่น้อย แต่ต้องรับผิดชอบ 3 จังหวัด มีความยากลำบากในการลงพื้นที่ รวมทั้งสถาน การณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัด
      สำหรับการเพิ่มทักษะให้กับนักวิจัยใหม่และนักวิจัยเก่า ที่ผ่านมาการประชุมสัมมนาทีมวิจัย 3 จังหวัด กำหนดไว้ว่า 3 เดือนต่อครั้ง และจะประชุมนอกพื้นที่ ให้แต่ละจังหวัดเวียนกันเป็นเจ้าภาพ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ ความไม่สงบทำให้ส่งผลกระทบกับทีมวิจัย ไม่กล้าที่จะประชุมนอกพื้นที่ แนวทางในการแก้ไข ให้มีการพบปะกัน เดือนละครั้ง ที่ สกว. วันที่ 15 ของทุกเดือน ให้ทีมวิจัยที่ไม่ติดภารกิจเร่งด่วนมาเจอกันที่ สกว. (มอ.ปัตตานี) โดย สกว.จะรับเป็นเจ้าภาพ
       การขยายผลไปสู่การทำวิจัยเรื่องอื่นๆ (สร้างตัวคูณ) แนวทางและข้อเสนอแนะ ให้ทีมวิจัยเก่า จัดทำโครง การวิจัยใหม่ โดยกำหนดอัตราส่วนนักวิจัยเดิมกับนักวิจัยใหม่ 50 : 50 สร้างทีมวิจัยใหม่ทั้งหมด โดยให้ทีมวิจัยเดิม เป็นพี่เลี้ยง ให้แกนนำทีมวิจัยเก่าทำโครงการใหม่
      เพื่อรับทราบสภาพปัญหาของทีมวิจัย ข้อดี ข้อเสียที่ผ่านมา ข้อดี ทุกคนได้เจอกัน มีความผูกพัน สร้าง เพื่อนนักวิจัย ได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ช่วยเป็นสื่อกลางชวนคนมาพูดคุย ข้อเสีย โครงการไม่มีความคืบ หน้าเท่าที่ควร การประชุมนอกสถานที่ห่างไกลไม่สะดวง ทำให้เสียเวลา ระดับ หรือองค์ความรู้ของชาวบ้านระดับเดียวกัน ไม่ได้หนุนในส่วนที่ขาด ข้อเสนอแนะ ใช้ สำนักงานของ สกว.เป็น ที่พบปะ ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน เรียนรู้จากพื้นที่จริง สื่อสารผ่านสื่อต่างๆ เช่น วิทยุชุมชน ศึกษาจากวีดีทัศน์ หรือ
ดูของจริงในพื้นที่

โอกาสที่เข้ามาหา.. ผลิตภัณฑ์ OTOP ดาวรุ่งมุ่งส่งออก
     สำนักงานพัฒนาชุมชนได้แจ้งข่าวดีให้กลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ฯ ทราบว่าจะสนับสนุนงบประมาณให้กลุ่มฯ ได้พัฒนาเรื่องการส่งออกในโครงการ “ผลิตภัณฑ์ OTOP ดาวรุ่งมุ่งส่งออก” จึงนัดหมายคณะกรรมการและผู้เกี่ยว ข้องมาประชุมในวันที่ 7 มีนาคม 2548 เพื่อรับฟังการจัดทำแผนผลิตภัณฑ์ดาวรุ่งมุ่งส่งออก ณ ห้องประชุมองค์การ บริหารส่วนตำบลกะมิยอ และจะได้ช่วยกันทำโครงการขออนุมัติใช้เงิน ศึกษาหลักการของโครงการผลิตภัณฑ์ดาวรุ่ง มุ่งส่งออก ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยที่เข้า หลักเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการ นตภ.จังหวัด และนตภ.อำเภอ กำหนด มีผู้เข้าร่วมประชุม ตัวแทนองค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่น พัฒนาการจังหวัดปัตตานี พัฒนากรตำบลกะมิยอ เจ้าหน้าที่ กศน. อบต.กะมิยอ คณะกรรมการกลุ่มผู้ ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี ที่ปรึกษากลุ่มฯ (อาจารย์เจะฮูเซ็น เจะอูบง)
     ที่ประชุมได้บรรยายสรุปว่ากะปิเยาะห์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการส่งออก กลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์เป็นกลุ่มที่เป็น รูปธรรมและมีความเข้มแข็ง จากการระดมทุนจากสมาชิกด้วยกันเอง เป็นอาชีพของคนในท้องถิ่น ดังนั้น จึงเป็นที่ ราชการสนใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ สามารถส่งออกได้ดีขึ้น โดยมีเงินสนับสนุนให้กับกลุ่ม จำนวน 1,000,000 บาท มีโควต้าให้จังหวัดละ 1 โครงการ โดยกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานีได้รับ การคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของจังหวัดปัตตานี
      อบต. รับที่จะเป็นผู้เขียนโครงการ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นจะโอนเงินเข้า อบต. และให้ อบต.เบิกจ่าย ให้กับกลุ่ม ตามระเบียบการเบิกจ่ายของ อบต งบประมาณดังกล่าวไม่สามารถใช้ในการสร้างอาคารที่ทำการของ กลุ่ม แต่เป็นงบประมาณสนับสนุนกระตุ้นกลุ่มให้ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมีเป้าหมายในการส่งออก ผลิตภัณฑ์ งบประมาณดังกล่าวไม่มีการจ่ายคืน (ให้เปล่า) แต่ต้องสามารถตรวจสอบได้ โดยคณะกรรมการ อย่างช้า
      ภายในวันที่ 20 มีนาคม 2548 และนัดหมายการประชุมครั้งต่อไป เพื่อรับทราบความต้องการของกลุ่มอีกครั้งในวันที่ 14 มีนาคม 2548 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ โดยให้เชิญกลุ่มเป้าหมาย คือ คณะกรรมการ บริหารกลุ่ม ที่ปรึกษากลุ่ม เจ้าหน้าที่ กศน. นายก อบต., ปลัด อบต., เจ้าหน้าที่การเงิน ฯลฯ วันที่ 14 มีนาคม 2548 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ เป็นวันที่ได้นัดหมายต่อเนื่องจาก ครั้งที่แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ในการประชุม เพื่อจัดทำโครงการขอใช้เงินงบประมาณสนับสนุนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (โครงการผลิตภัณฑ์ดาวรุ่งมุ่งส่งออก) นอกจากนี้ยังใช้โอกาสประชุมหารือการจ่ายซะกาต และการจ่าย เงินปันผล มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย อบต.กะมิยอ คณะกรรมการกลุ่ม เจ้าหน้าที่ กศน.
       คุณสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ กล่าวเปิดโดยการอ่านซูเราะห์ฟาตีฮะห์ และเล่าให้ฟังถึงความเป็นมา ในการประชุมครั้งนี้ว่า “สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2548 ที่ทางพัฒนาการอำเภอร่วมกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ได้พิจารณากลุ่มผู้ผลิกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ตามโครงการผลิตภัณฑ์ดาวรุ่งมุ่งส่งออก ซึ่งจะสนับสนุนงบประมาณให้กับกลุ่ม 1,000,000 บาท นั้น ซึ่งกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นจะโอนเงินสนับสนุนดังกล่าวผ่าน อบต. ให้กลุ่มร่วมกับ อบต. เสนอโครงการให้ แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มีนาคม 2548 จึงอยากให้กลุ่มช่วยกันเสนอความต้องการของกลุ่มว่าต้องการสิ่งใดบ้าง แล้วเสนอให้ อบต.เป็นผู้เขียนโครงการ
        ผลจากการประชุมพบว่าความต้องการของกลุ่มฯ มีดังนี้
        1. เครื่องใช้สำนักงาน (ประมาณการงบประมาณ 248,000 บาท) ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องเล่น VCD พร้อมชุดเครื่องเสียง เครื่อง FAX ตู้เซฟ        2. วัสดุเย็บหมวกกะปิเยาะห์ (ส่วนที่เหลือจากข้อ 1 ประมาณ 752,000 บาท)
       จากนั้นที่ประชุมได้หารือผลการดำเนินการของกลุ่มที่มีผลกำไร พร้อมที่จะดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับ ของกลุ่ม คือการจ่ายซะกาตและการจ่ายเงินปันผล ทั้งนี้มอบหมายให้คุณดอเลาะ เจะอุบง กลับไปเช็คจำนวนสินค้า ที่อยู่ในร้านว่ามีจำนวนเท่าไร แล้วจึงมาคิดประมาณซากาตที่จะต้องจ่าย การคิดผลกำไร เงินโบนัสคณะกรรมการ กลุ่ม 10 % จ่ายสาธารณประโยชน์ 10 % กันเงินสำรอง 10 % ปันผลและเฉลี่ยคืน 70 % (ปันผล 60% และเฉลี่ยคืน 10 %)
       ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ประชุมมีมติให้จัดหาผู้จัดทำบัญชี โดยคิดค่าจ้างเป็นรายวันก่อน ค่าจ้าง 150 –200 บาท ต่อวัน การจ้างเย็บหมวกของกลุ่มให้มีการจ้างต่อ แล้วแต่ความต้องการของแต่ละกลุ่ม การรับซื้อหมวกเกรด A ต่อ ไปจะให้กลุ่มเป็นผู้รับซื้อ แล้วกลุ่มก็จะเป็นผู้ติดต่อหาตลาด การซื้อเครื่องจักรเทคโนโลยีสูง ให้ได้เงินจากการขาย วัสดุเย็บหมวกจากงบประมาณสนับสนุนของโครงการผลิตภัณฑ์ดาวรุ่งมุ่งส่งออกก่อนแล้วจึงจะซื้อจักรดังกล่าว

ความสำเร็จจากความทุ่มเทนับขวบปีของกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี
          นับตั้งแต่การรวมกลุ่ม ระดมทุน เลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่ม เปิดร้านจำหน่ายวัสดุการผลิตกะปิเยาะห์ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 ส่งออกกะปิเยาะห์เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2547 ความเสียสละ การบริหารที่โปร่งใส ทำ ให้กลุ่มมีผลกำไรเป็นที่น่าพอใจ วันที่ 11 เมษายน 2548 จึงนัดหมายที่จะสรุปผลการดำเนินงานรอบปีบัญชี ณ ที่ทำ การกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 20 คน ประกอบด้วยผู้อำนวย การศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี และเจ้าหน้าที่ ตัวแทนสหกรณ์จังหวัดปัตตานี นายกองค์ การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ ที่ปรึกษากลุ่ม คณะกรรมการกลุ่ม
         ที่ประชุมได้กำหนดวาระการประชุมคือ (1) สรุปทรัพย์สินของกลุ่ม ณ ปัจจุบัน (2) การคิดซะกาต และ (3) การจ่ายเงินปันผล
          สรุปทรัพย์สินทั้งหมดของกลุ่ม พบว่ากลุ่มฯ มีงบดุลดังนี้
 สินทรัพย์

เงินสด
17,640.00
บาท
เงินฝากธนาคาร
976,790.00
บาท
รถยนต์
103,000.00
บาท
ครุภัณฑ์
20,109.00
บาท
สินค้าคงเหลือ
586,826.75
บาท
ลูกหนี้
583,822.00
บาท
รวม
2,288,187.75
บาท

หนี้สินและส่วนของทุน

เจ้าหนี้
159,121.00
บาท
เงินอุดหนุน
1,030,000.00
บาท
ทุนหุ้น
736,100.00
บาท
กำไรสุทธิ
362,966.75
บาท
รวม
2,288,187.75
บาท

การคิดซะกาต
       ทรัพย์สินเพื่อการค้าทั้งหมด 2,165,078 X 2.5% = 54,130 บาท
       จ่ายให้แก่ผู้ยากจนและเด็กปอเนาะ จำนวน 100 คน
ตำบลกะมิยอ 55 คน
หมู่ที่ 1 บ้านท่าราบ 10 คน
หมู่ที่ 2 บ้านกะมิยอ 15 คน
หมู่ที่ 4 บ้านกาแลบือซา 10 คน
หมู่ที่ 1 บ้านท่าราบ(ใน) 10 คน
หมู่ที่ 7 บ้านบือแนกูเจ 10 คน
ตำบลคลองมานิง 10 คน
ตำบลสะดาวา 25 คน
ปอเนาะ 5 แห่ง 10 คน

การจ่ายเงินปันผล
กำไรก่อนหักซาต 362,966 บาท
จ่ายซะกาต 54,130 บาท
กำไรสุทธิ 308,836 บาท

จัดสรรผลกำไร (308,836 บาท)

โบนัสคณะกรรมการ 10% เป็นเงิน
36,296
บาท
เงินสำรอง 10% เป็นเงิน
36,296
บาท
สวัสดิการ 10% เป็นเงิน
36,296
บาท
เฉลี่ยคืน 20% เป็นเงิน
72,592
บาท (ยอดซื้อสุทธิ X 1.4%)
ปันผล 50% เป็นเงิน
149,005
บาท (20.24 บาทต่อหุ้น)


   นัดหมายการประชุมเตรียมการต่อในวันที่ 19 เมษายน 2548 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
    วันที่ 19 เมษายน 2548 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ผู้เข้า ร่วมประชุม จำนวน 20 คน ประกอบด้วยผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี และ เจ้าหน้าที่ พัฒนาการอำเภอเมืองปัตตานี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ คณะกรรมการบริหารกลุ่ม บัณฑิต อาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้
    คุณสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ กล่าวเปิดและชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุมในวันนี้ คือ (1) เพื่อ เตรียมการจัดงานวันจ่ายซะกาต และจ่ายเงินปันผล (2) ชี้แจงผลการดำเนินงานกลุ่มครบรอบปี
    คุณอุสมาน ดือราแม ชี้แจงสถานะของกลุ่มกะปิเยาะห์ในรอบปีบัญชี มีรายละเอียดตามงบดุล ณ วันที่ 18
มีนาคม 2548ดังนี้

สินทรัพย์

เงินสด
17,640.00 บาท
เงินฝากธนาคาร
976,790.00 บาท
รถยนต์
103,000.00 บาท
ครุภัณฑ์
20,109.00 บาท
สินค้าคงเหลือ
586,826.75 บาท
ลูกหนี้
583,822.00 บาท
รวม
2,288,187.75 บาท

หนี้สินและส่วนของทุน

เจ้าหนี้
159,121.00 บาท
เงินอุดหนุน
1,030,000.00 บาท
ทุนหุ้น
736,100.00 บาท
กำไรสุทธิ
362,966.75 บาท
รวม
2,288,187.75 บาท

การคิดเงินซะกาต
    ทรัพย์สินเพื่อการค้าทั้งหมด 2,165,078 X 2.5% = 54,130 บาท
    จ่ายให้แก่ผู้ยากจนและเด็กปอเนาะ จำนวน 100 คน
ตำบลกะมิยอ 55 คน
หมู่ที่ 1 บ้านท่าราบ 10 คน
หมู่ที่ 2 บ้านกะมิยอ 15 คน
หมู่ที่ 4 บ้านกาแลบือซา 10 คน
หมู่ที่ 1 บ้านท่าราบ(ใน) 10 คน
หมู่ที่ 7 บ้านบือแนกูเจ 10 คน
ตำบลคลองมานิง 10 คน
ตำบลสะดาวา 25 คน
ปอเนาะ 5 แห่ง 10 คน

การจ่ายเงินปันผล

กำไรก่อนหักซาต
362,966 บาท
จ่ายซะกาต
54,130 บาท
กำไรสุทธิ
308,836 บาท

จัดสรรผลกำไร (308,836 บาท)

โบนัสคณะกรรมการ 10% เป็นเงิน
36,296 บาท
 
เงินสำรอง 10% เป็นเงิน
36,296 บาท
 
สวัสดิการ 10% เป็นเงิน
36,296 บาท
 
เฉลี่ยคืน 20% เป็นเงิน
72,592 บาท
(ยอดซื้อสุทธิ X 1.4%)
ปันผล 50% เป็นเงิน
149,005 บาท
(20.24 บาทต่อหุ้น)

    อาจารย์กรวิภา ขวัญเพ็ชร ได้ช่วยวางขั้นตอนของกิจกรรมตามที่ประชุมช่วยกันคิดดังนี้
1. กิจกรรมทางศาสนา (งานเมาลิด)
2. ประชุมสามัญประจำปี
3. มอบใบหุ้น
4. จ่ายเงินปันผลและเฉลี่ยคืน
5. จ่ายซะกาต
6. ประกวดหมวกกะปิเยาะห์
     คุณหมะ เจะมะ นายก อบต.กะมิยอ ทาง อบต. ยินดีสนับสนุนกิจกรรมเมาลิด จะบริการอาคาร สถานที่ ของ อบต. ชุดเครื่องเสียง ในการจัดงาน ตลอดจนให้ความอนุเคราะห์งบประมาณในการจัดกิจกรรมเมาลิด

    กำหนดการวันรวมใจผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ครั้งที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2548 ณ ที่ทำการกลุ่มผู้ผลิต กะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมปัตตานี ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

เวลา

กิจกรรม
ผู้รับผิดชอบ
08.00 – 08.30 น งานเมาลิด เพื่อรำลึกถึงเกียรติประวัติท่านนบีมุฮัมมัด (ซ็อลฯ) อบต.กะมิยอ
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประชุม นาซีเราะห์ ์ปูเต๊ะ , กศน.
09.00 – 11.00 น. ประชุมผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริหาร
 
  - สรุปผลการดำเนินงาน ประธานกลุ่มฯ  
  - ระเบียบข้อบังคับกลุ่ม มัตตาร์ อูมาร์  
  - การปันผล – เฉลี่ยคืน มะยิ ยีมะเย็ง  
  - การรับสมาชิกใหม่ ลาออก เพิ่ม-ถอนหุ้น มะยิ ยีมะเย็ง  
  - ปัญหาอุปสรรค ดอเลาะ เจะอุบง และกรรมการ  
  - ตอบข้อซักถาม และรับฟังข้อเสนอแนะ กรรมการกลุ่มฯ  
11.00 – 12.00 น . มอบใบหุ้น จ่ายเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน กรรมการกลุ่มฯ
12.00 – 13.00 น. มอบซะกาต (ทานบริจาค) กรรมการกลุ่มฯ

     กิจกรรมประกวดหมวกกะปิเยาะห์ คุณสมบัติในการส่งเข้าประกวด 1. ต้องเป็นสมาชิกกลุ่ม 2. ต้องเป็น หมวกที่สมาชิกเย็บเอง 3. ต้องเป็นรูปแบบซูดานธรรมดา 4. ต้องไม่เป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด
     หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าประกวด จะเป็นกรรมสิทธิ์ของกลุ่ม
รางวัล 5,500 บาท แบ่งเป็น
รางวัลที่ 1 2,000 บาท
รางวัลที่ 2 1,500 บาท
รางวัลที่ 3 1,000 บาท
รางวัลชมเชย 500 บาท
รางวัลชมเชย 500 บาท

คณะกรรมการประกวด จำนวน 5 คน
1. นายแวหามะ แวอาลีมาแย
2. นายอับดุลการีม การีมะ
3. นายมะยูโซะ เจะปอ
4. นายอับดุลเลาะ ตาแกะ
5. นายอุสมาน ดือราแม ผอ.ศบอ.เมืองปัตตานี

เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม 100 คะแนน

รายละเอียด คะแนน
รูปทรง 25
ลวดลาย 25
ความประณีต 25
ความคิดสร้างสรรค์ 25

    หมายเหตุ : ผู้สนใจส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวดภายในวันที่ 25 เมษายน 2548
รางวัลสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม 10 รางวัล (วงเงิน 1,500 บาท) โดยวิธีการจับสลาก
- ผ้าถุงชาย 5 รางวัล
- ผ้าถุงสตรี 5 รางวัล

1 เวที
2 แขกผู้มีเกียรติ
3 ผู้เข้าร่วมงาน
4 – 5 ผู้รับซะกาต
6 รับลงทะเบียน
7 เต้นท์แสดงผลิตภัณฑ์ เครือข่าย OTOP

ป้ายผ้า
1. ป้ายเชิญชวนร่วมงาน จำนวน 3 ผืน
1.1 สามแยกบ้านดี
1.2 สี่แยกบ้านปูยุด
1.3 สามแยกกะมิยอ
2. ป้ายบนเวที “วันรวมใจผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ครั้งที่ 1”

แขกผู้มีเกียรติ
1. ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
2. พัฒนาการจังหวัดปัตตานี
3. ผอ.กศน.ปัตตานี
4. ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี
5. นายอำเภอเมืองปัตตานี และหัวหน้าส่วนอำเภอ
6. สหกรณ์จังหวัดปัตตานี
7. ผอ.กอ.สสส.จชต.
8. สกว.ภาคใต้
9. นายก อบจ.ปัตตานี
10. ธนาคาร SME, ออมสิน , ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาปัตตานี , สหกรณ์อิบนูอัฟฟานปัตตานี
11. คณะกรรมการสมานฉันท์
12. พาณิชย์จังหวัดปัตตานี
13. อุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี
14. ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี
15. ประธานวิสาหกิจชุมชนตำบลมะกรูด
16. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี

มอบหมายภารกิจ
1. พิธีกร ฮามะ หะยีนิเงาะ, นาซีเราะห์ ปูเต๊ะ
2. อาคารสถานที่ ฮามะ หะยีนิเงาะ
3. การเงิน มะยิ ยีมะเย็ง (เหรัญญิก)
4. หนังสือเชิญ อิบรอฮิม สะดียามี
5. จัดทำป้ายผ้า มูฮำมัดกาแม มะลี
6. จัดนิทรรศการ สุชาครีย์ ปูเต๊ะ
7. ฝ่ายเอกสาร อิบรอฮิม สะดียามู
8. ฝ่ายต้อนรับ คณะกรรมการกลุ่ม
9. บันทึกภาพ สุชาครีย์ ปูเต๊ะ , วิรัช เอี่ยมปลัด

วันรวมใจผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ครั้งที่ 1
   วันที่ 28 เมษายน 2548 ณ ที่ทำการกลุ่มผู้ผลิตกะปิเยาะห์ตำบลกะมิยอ เป็นวันประวัติศาสตร์ที่ชาวบ้าน ตำบลกะมิยอต้องจดจำไปอีกนาน เป็นวันแห่งความสำเร็จที่ทุกคนรอคอย การเติบโตของกลุ่มฯ ความมั่นคงทางการ เงิน ความมั่นคงในจิตใจของคณะกรรมการบริหาร ด้วยพรจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทำให้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง
    ก่อนวันงาน (27 เมษายน 2548) ชาวบ้านตำบลกะมิยอต่างช่วยกันเตรียมงาน บรรดาผู้ชายช่วยกันล้มวัว ทำเนื้อ ผู้หญิงปลอกหอม เด็ดพริก หั่นผัก อีกส่วนหนึ่งก็ช่วยกันจัดเวที กางเต้นท์ จัดเรียงเก้าอี้ ชั้นบนของร้านค้า จำหน่ายวัสดุการทำกะปิเยาะห์ คณะกรรมการตัดสินการประกวดกะปิเยาะห์ต่างคร่ำเคร่งในการให้คะแนนเพื่อ ประกาศผลในวันรุ่งขึ้น ตลอดทั้งคืนมีผู้คนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาช่วยงานจนรุ่งเช้าของอีกวันอย่างไม่รู้เหน็ด เหนื่อย เป็นภาพที่หาได้ยากยิ่งในสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยามนี้
    ช่วงเช้า ผู้นำศาสนาได้มาร่วมพิธีเมาลิดอย่างพร้อมเพรียงกัน กล่าวสรรเสริญท่านนบีมูฮัมมัด (ซ็อลฯ) ศาสดาแห่งศาสนาอิสลาม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ
    บริเวณจัดงาน สมาชิกกลุ่มฯ ต่างทยอยเข้ามานั่งในเต้นท์ที่จัดไว้ให้ พิธีกรได้เชิญให้ตำแหน่งสำคัญๆ ของ คณะกรรมการบริหารขึ้นเวทีเพื่อสรุปผลการดำเนินงานของกลุ่มที่ผ่านมา และเปิดโอกาสให้สมาชิกถามข้อสงสัยต่างๆ จากนั้นได้สลับกับบุคคลสำคัญที่สนับสนุนให้กลุ่มประสบความสำเร็จ
     กำนันตำบลกะมิยอ กล่าวว่า “การจัดงานวันนี้ ทำให้ได้เห็นว่าชุมชนของเรามีคะแนนที่ดี ส่วนตัวผมที่ผ่าน มาไม่เคยมาเกี่ยวข้อง แต่วันนี้ที่มารู้สึกว่าเต็มที่ ผลงานออกมาดี โดยเฉพาะ คุณอุสมาน ผู้อำนวยกรศูนย์บริการการ ศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี มีความเต็มที่และเต็มใจที่จะช่วยกะมิยออย่างแท้จริง ต้องขอขอบคุณอีกครั้ง ในวันนี้ เป็นวันของผู้ผลิตกะปิเยาะห์ และไม่อยากให้จัดครั้งเดียวจบ แต่อยากให้จัดอีก ปัญหาของกลุ่มกะปิเยาะห์ ได้ผ่านการประชุมมาหลายรอบ ผมยังติดใจอะไรบางอย่าง ไม่ได้บอกกับลูกบ้าน อยากจะบอกในวันนี้ก็คือ ถ้าลูก บ้านมีความสุข ผมก็สุขด้วย ถ้าลูกบ้านมีความทุกข์ผมก็ทุกข์ด้วย
    กะมิยอ เป็นพื้นที่ที่มีความเจริญโดยเฉพาะถนนหนทางและไฟฟ้า การรวมกลุ่มกะปิเยาะห์ สามารถช่วยลด ปัญหาการว่างงานแก่คนในหมู่บ้านได้ ปีที่แล้ว ได้รับงบประมาณ 5 ล้านบาท ได้มีการประชุมในพื้นที่ว่าจะนำเงินมา ทำอะไรดี ได้ข้อสรุปว่า ให้นำเงินจำนวน 2 ล้านบาทมาอุดหนุนการทำงานของชาวบ้าน ส่วนอีก 3 ล้านบาทนำไปทำ ถนน ทุกครั้งที่มีงบประมาณเข้ามาในชุมชน ก็จะมีการประชุมพูดคุย ประชุมกันก่อน และมีการสนับสนุนกลุ่มกะปิ เยาะห์ จำนวน 1 ล้านสี่แสนบาทเพื่อสนับสนุนกลุ่มกะปิเยาะห์ ดูภาพรวมในวันนี้ ทุกคนมีความสุข มีการสนับสนุน กลุ่มให้มีความเข้มแข็ง ถ้าชุมชนเข้มแข็ง ก็จะมีความเจริญมากยิ่งขึ้น หลังเงินกำลังจะเข้ามาในหมู่บ้านละ ล้านบาท จะต้องมีการจัดเวทีประชาคม อาจจะเป็นกลุ่มกะปิเยาะห์ก็ได้ แต่ต้องตกลงกัน ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานไม่ถูก เอาเม็ด ข้าวโพดมาแจก แต่ปีนี้รัฐบาลทำถูก เอางบประมาณมาจัดให้มีการจัดเวทีพูดคุย ขอให้ทุกคนมีความร่วมมือ ปาก๊ะ (ปรองดองกัน) เพื่อหนทางที่ดีข้างหน้า และ ขอให้พวกเราทุกคนมีความสุข”
    อาจารย์เจะอุเซ็ง เจะอุบง เล่าว่า “ประวัติศาสตร์กะมิยอ เป็นที่รู้ว่ากะปิเยาะห์อยู่ที่กะมิยอ เราต้องสร้างหมู่ บ้านกะมิยอให้เป็นแหล่งผลิตกะปิเยาะห์ของประเทศ ถ้านึกถึงกะปิเยาะห์ต้องนึกถึงกะมิยอ บ้านผมทำกะปิเยาะห์ ก่อนที่จะมารวมกลุ่ม ก่อนหน้านี้มีการสั่งซื้อวัตถุดิบจากกรุงเทพฯ แต่เมื่อได้มารวมกลุ่มก็ได้ซื้อที่กลุ่ม ในปีนี้ ผมซื้อ ที่สหกรณ์ ประมาณ 600,000 บาท เหตุที่ซื้อที่ร้านเพราะต้องการสนับสนุนสหกรณ์ อยากสร้างสหกรณ์ให้เติบโต เมื่อสหกรณ์เจริญรุ่งเรือง ชาวบ้านก็อยู่ได้ ต้องขอขอบคุณความอุตสาหะของกรรมการ รู้สึกตื้นตันในในผลงานที่ได้ ในขณะนี้ โดยความร่วมมือ กศน. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งอาจารย์กรวิภา เป็นคนหนึ่งที่อุทิศชีวิตเพื่อผู้ผลิต กะปิเยาะห์”
    อีกมุมหนึ่งของงานได้จัดเป็นนิทรรศการและสาธิตเครื่องเจาะกะปิเยาะห์ที่พัฒนาโดยนักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวบ้านมาก ถึงขนาดถามว่าจะหาซื้อได้ จากที่ไหน
   เมื่อประธานในพิธีมาถึง นายก อบต.กะมิยอ ได้กล่าวรายงานว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และ แขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้มาร่วมงานในวันนี้ ในส่วน ของ อบต.ได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 40,000 บาท เพื่อใช้ในการพัฒนากลุ่มกะปิเยาะห์ เหตุที่เลือกวันนี้เป็น
วันจัดงาน เพราะต้องการรวมทั้ง 2     งานที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่คืองานเมาลิดและงานวันรวมใจผู้ผลิตกะปิเยาะห์
ครั้งที่ 1 ให้เป็นงานเดียวกัน เพื่อจะให้ประชาชนในตำบลกะมิยอได้มาร่วมและชื่นชมที่พวกเรามีของดี (กะปิเยาะห์)”
     จากนั้นนายสะมาแอ เจะมะ ประธานกลุ่มฯ ได้กล่าวรายงานว่า “เรียนรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี การระดับอำเภอ และผู้ผลิตกะปิเยาะห์ทุกท่าน
     อาชีพการผลิตกะปิเยาะห์ เป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวปัตตานีกว่า 30 ปี เริ่มจากผู้เดินทางไปประกอบพิธี ฮัจญ์ที่เมืองมักก๊ะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เรียนรู้วิทยาการผลิตกะปิเยาะห์ กลับมาผลิตเองที่บ้าน จากกลุ่มคนเล็กๆ ถ่ายทอดให้กับเครือญาติ จากทำเพื่อใช้ กลายเป็นทำเพื่อขาย โดยส่งออกไปวางจำหน่ายในช่วงประกอบพิธีฮัจญ์ ณ เมืองมักก๊ะ จนเป็นที่ยอมรับของมุสลิมทั่วโลกในชื่อ “หมวกไทยแลนด์”
     เมื่อความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น ปริมาณคนผลิตกะปิเยาะห์จึงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ และหนาแน่นมากที่สุด ณ ตำบลกะมิยอรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง จากการสำรวจข้อมูลเมื่อปี 2547 เป็นที่ประจักษ์ว่ามีผู้ผลิตกะปิเยาะห์ 1,079 ราย มีปริมาณที่ผลิตได้ถึง 3,635,600 ใบ เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 58,326,500 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับกำลังการผลิต
     ทั่วโลกแล้ว จังหวัดปัตตานี มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นหนึ่งในสามของโลก โดยมีคู่แข่งสำคัญคือประเทศจีนและบังคลาเทศ
    หากพิจารณาจากข้อมูลแล้ว เสมือนหนึ่งว่าเป็นธุรกิจที่เดินไปได้ด้วยดี แต่เบื้องลึกแล้วกลับแฝงไว้ด้วยความทุกข์ เพราะช่องโหว่ของอาชีพผลิตกะปิเยาะห์คือขายได้ดีเฉพาะช่วงพิธีฮัจญ์ 3 เดือนของแต่ละปี ส่วนอีก 9 เดือนเป็นการลงทุนผลิตเพื่อเก็บสต๊อก ช่วงจังหวะนี้เอง บรรดานายทุน เถ้าแก่ ได้เข้ามากดราคากะปิเยาะห์ บาง รายที่ขัดสนจากการลงทุนผลิตกะปิเยาะห์เพื่อรอจำหน่าย หากจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้เงินสด ก็ยอมจำนนขายใน ราคาถูก กลไกเช่นนี้ เป็นวงจรที่ล้มระบบการค้าขายที่เป็นธรรม แม้ที่ผ่านมาชาวบ้านจะพยายามรวมกลุ่มเพื่อแก้ ไขปัญหากันเองในชุมชน แต่ก็แก้ไขได้เพียงวงแคบๆ เท่านั้น
    จนวันหนึ่ง ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองปัตตานี ได้เข้ามาแนะนำกับชาวบ้านให้ทดลอง ใช้กระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น แสวงหาข้อมูลความรู้ในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง มีการพูดคุยปรึกษาหารือกว่า 30 ครั้ง กระทั่ง ได้คณะกรรมการบริหารกลุ่มจากเสียงสนับสนุนของชาวบ้านที่เลือกสรรมาทำหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ ระดมทุนจากชาวบ้านจนสามารถจัดตั้งร้านค้าจำหน่ายวัสดุการผลิตกะปิเยาะห์ในราคาถูก ช่วยเหลือชาวบ้านในการ ลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งรวบรวมกะปิเยาะห์จากชาวบ้านแล้วส่งออกไปยังประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยไม่ผ่านพ่อ ค้าคนกลาง ความสำเร็จนี้ ไม่ได้เกิดจากชาวบ้านเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่า จะเป็น ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดปัตตานี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ปัตตานี องค์การบริหารส่วนตำบลกะมิยอ โรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ สหกรณ์อิสลามอินนูอัฟฟาน ธนาคารออม สิน ธนาคาร SME สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่สามารถกล่าวในที่นี้ได้ครบถ้วน บรรดาหน่วยงานเหล่านี้ได้ให้ข้อคิด คำแนะนำ และงบประมาณสนับสนุนด้วยดีเสมอมา     นับเป็นตัวอย่างรูปธรรมของการทำงานแบบบูรณาการที่ชัดเจน เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ดำเนินการมา 1 ปีเต็ม คณะกรรมการบริหารกลุ่มทุกคน ได้ทุ่มเทและเสียสละในการทำงาน จน บังเกิดผลสำเร็จด้วยพรแห่งอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่ประทานมาให้ กลุ่มจึงมีผลกำไรสุทธิ 362,966 บาท มีทรัพย์สินและ ทุนของกลุ่มรวมทั้งสิ้น 2,288,188 บาท ด้วยผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว เป็นที่มาของการจัดงาน วันรวมใจผู้ผลิตกะปิเยาะห์ ครั้งที่ 1 ในวันนี้ เพื่อประชุม สมาชิกผู้ถือหุ้นทั้ง 255 ราย รับฟังความคิดเห็น ทบทวนการทำงานในรอบปีเพื่อกำหนดทิศทางของกลุ่ม ตลอดจน จ่ายเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และจ่ายซะกาตให้กับผู้สมควรได้รับตามหลักอิสลาม ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน และสิ่งนี้คือสวัสดิการสังคมที่แท้จริง”
    คุณชาญวิทย์ วสยางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวเปิดงานว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้มา ร่วม และยินดีที่สุดที่ได้สวมหมวกกะปิเยาะห์ ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ประมาณ 6 เดือนแล้ว ผมเห็นและถามตลอดว่า ผมสวมได้ไหม เพราะกลัวจะเป็นการไม่เหมาะสม กลัวเป็นการล้อเลียน ที่ผ่านมาก็ได้อุดหนุนไว้หลายใบ แต่ไม่กล้า สวม ต่อไปนี้ผมคงจะสวมได้ ผมชื่นชม ที่มีอาชีพและหมวกที่สวยงาม เราได้ทำหมวกและมีผลงาน 1 ใน 3 ของโลก ตราของเรา จะเป็นเครื่องหมายเผยแพร่ไปทั่วโลก ผมชื่นชม และขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน สิ่งที่ท่านทำ พิสูจน์ ให้เห็นว่าแก้ไขได้ ไม่มีใครแก้ปัญหาได้ดีเหมือนเท่ากับพวกท่าน “ เรา ซึ่งเป็นคนนอกจะเกาให้ท่านไม่ตรงที่คัน เหมือนท่านเกาเอง “ มีคนนอกช่วยสนับสนุน เงินทุน ความรู้ วันนี้ได้พิสูจน์ว่า ท่านทำได้ถูกต้องและสำเร็จ กลุ่ม โด่งดังไปทั่วประเทศและต่างประเทศ เเราคือผู้นำ ที่จะให้คนอื่นได้มาเรียนรู้ เราเหมือนพี่ใหญ่ เราต้องแบ่งปัน ประสบการณ์และทำงานร่วมกัน ขอให้เราแบ่งปันประสบการณ์และสิ่งที่ได้ร่วมเรียนรู้ให้แก่เพื่อน ๆ ช่วยกัน ประคับประคองให้เขาเดินอย่างมั่นคงเหมือนอย่างเราในวันนี้ วันนี้ขอชื่นชมและขอแสดงความยินดี ทางจังหวัดมี หน้าที่ในการสนับสนุน ท่านคือผู้นำและดึงคนอื่นตามมา ท่านต้องบอกนายอำเภอ ว่ายังมีเพื่อนคนอื่น ๆ อยู่ตรงไหน ที่ยังเดินไม่ตรงทาง วันนี้ ตำบลกะมิยอ จะได้เปลี่ยนเชิญเป็นตำบลกะปิเยาะห์ ต่อไปเราอาจเรียก ตำบลกะปิเยาะห์ ต่อไปท่านคือ ผู้นำและพี่เลี้ยงคนอื่น ถ้าทำอย่างนี้ได้ สักวันหนึ่ง พวกเราจะมีความมั่นคงและ เราหวังว่า สังคมเราจะ เป็นอย่างนี้ เราต้องมาช่วยกันให้ทุกคน ทุกครอบครัวอยู่ได้ หวังว่า เราจะได้ร่วมกันสร้างบรรยากาศแบบนี้ในตำบล อื่น หวังว่า วันหนึ่งใน 12 อำเภอจะมีบรรยากาศแบบนี้ ขอขอบคุณทุกท่าน ที่ช่วยสร้างให้ตำบลกะมิยอเข้มแข็งต่อ ไป กระผมขออำนาจอัลเลาะห์ จงช่วยดลบันดาลให้การจัดงานวันนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”
     เมื่อประธานกล่าวจบ พิธีกรได้เชิญให้ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี มอบรางวัลให้ผู้ชนะการประกวด เฉลี่ยคืน แม้ขั้นตอนของงานจะติดขัดอยู่บ้าง เพราะเป็นครั้งแรก แต่เป็นเหตุการณ์ที่จะอยู่ในความทรงจำของ ชาวกะมิยอไปอีกนานแสนนาน
     การดำเนินงานของกลุ่มคงไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ความสำเร็จที่มีเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่คณะผู้บริหารกลุ่มผู้ ผลิตกะปิเยาะห์และเครื่องแต่งกายมุสลิมต้องไปคิดอ่านกันต่อ กระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจะเคียงข้างกับการ ทำงานของกลุ่มฯ เพื่อความยั่งยืนตลอดไ