|
ที่มาของการจัดตั้ง
สกว.ภาค และหน่วยประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.) จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติกองทุน สนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2535
มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่อยู่นอกระบบราชการ ในกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี
โดยมีวัตถุประสงค์ "เพื่อสนับสนุนการวิจัยที่จะนำ ไปสู่การพัฒนาสังคม
เศรษฐกิจ การปกครอง เทคโนโลยี และวิชาการของประเทศ" ในปัจจุบัน สกว.
ได้สนับสนุนโครงการวิจัยไปแล้วกว่า 1,700 โครงการ วงเงินมาก กว่า 2,000
ล้านบาท มีนักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องในโครงการต่างๆ ประมาณ 5,000 คน และมีผลงานวิจัย
ที่นำไปใช้ประโยชน์แล้วจำนวนมาก
ในเดือนตุลาคม
พ.ศ. 2541 สกว. ได้จัดตั้ง "สำนักงาน สกว. ภาคเหนือ" ขึ้น เพื่อหารูปแบบใหม่
ในการสนับสนุนงานวิจัย ที่จะสามารถตอบสนองท้องถิ่น ได้ทันกับกระแสความเปลี่ยนแปลง
ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และหลังจากการทำงานเกือบ 2 ปี ได้รูปแบบที่ชัดเจนในการทำงาน
แล้ว คณะกรรมการ นโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย จึงได้อนุมัติให้จัดตั้ง
"สำนักงาน สกว.ภาค" ขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2543 เพื่อประสาน "การวิจัยเพื่อท้องถิ่น"
ทั่วประเทศ โดยในระยะแรก เน้นถึงการสร้างความเข้าใจและประสานความร่วมมือ
ในการดำเนินงานสนับสนุน การวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในบางพื้นที่จังหวัด และได้ร่วมมือกับกลุ่มแกนบุคคล
องค์กรเครือข่าย และสถาบันการศึกษาท้องถิ่น ในการจัดประชุม เชิงปฏิบัติการ
ในพื้นที่ดังนี้
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่น
จังหวัดปัตตานี - ยะลา - นราธิวาส 14 กุมภาพันธ์ 2543 คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่น
จังหวัดนราธิวาส 5 เมษายน 2543 ประชาคมนราธิวาส และสำนักงาน การศึกษานอกโรงเรียน
จังหวัดนราธิวาส
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่น
จังหวัดยะลา 6 เมษายน 2543 สถาบันราชภัฏยะลา
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต
- กระบี่ - พังงา 10 เมษายน 2543 สถาบันราชภัฏภูเก็ต
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช
- สุราษฎร์ธานี 11-12 พฤษภาคม 2543 สำนักวิชาศิลปศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง
18-19 กรกฎาคม 2543 กลุ่มบุคคลร่วมพัฒนาในจังหวัดพัทลุง
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดสตูล
21 กรกฎาคม 2543 กลุ่มบุคคลร่วมพัฒนาในจังหวัดสตูล
เวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดตรัง
7 สิงหาคม 2543 กลุ่มบุคคลร่วมพัฒนาในจังหวัดตรัง
เวทีนักพัฒนาองค์กรเอกชนภาคใต้
(เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ โครงการ การจัดการทรัพยากร โดยองค์กรท้องถิ่น
ในลุ่มน้ำภาคใต้ และโครงการจัดตั้งสถาบันศานติธรรม) ร่วมพัฒนาโครงการวิจัยแบบมีส่วนร่วม
กับการพัฒนาในภาคใต้ นับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2543
สำหรับความต่อเนื่องการดำเนินการพัฒนาโครงการ
ภายหลังการเปิดเวทีในแต่ละพื้นที่ ได้มีการจัดตั้งผู้ประสานงาน หรือกลุ่มพี่เลี้ยงงานวิจัยในพื้นที่
สนับสนุนการพัฒนาโครงการ ต่อเนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมา และขยายการสนับสนุน
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในพื้นที่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ในกลไกรูปแบบผู้ประสานงานในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
(ปัตตานี - ยะลา - นราธิวาส) ผู้ประสานงานในเขตภาคใต้ตอนบน (นครศรีธรรมราช
และสุราษฎร์ธานี) ทีมบุคคลพี่เลี้ยงในพื้นที่รายจังหวัด เช่น พัทลุง สตูล
ตรัง หรือกลไกการจัดการ ในรูปแบบกองประสานงานกลาง สนับสนุนโครงการวิจัยแบบมีส่วนร่วม
กับการพัฒนาภาคใต้ ของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ เครือข่ายการจัดการทรัพยากร
โดยองค์กรท้องถิ่นในภาคใต้ และโครงการจัดตั้งสถาบันศานติธรรม เป็นต้น (สมบูรณ์
อัพภาสกิจ : วารสารงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ปีที่ 1 ฉบับที่ 9 ประจำเดือน
ตุลาคม - พฤศจิกายน 2543 หน้า15)
หลักการสำคัญของการวิจัยเพื่อท้องถิ่นก็คือ
"การตั้งโจทย์วิจัย และสนับสนุนงานวิจัย ตามความต้องการ ของชุมชนท้องถิ่น"
ไม่ใช่ตามความต้องการของรัฐ หรือ ตามความสนใจของนักวิจัย ทั้งนี้ งานที่สนับสนุน
จะไม่จำกัดสาขาวิชา กลุ่มคน หรือองค์กร ที่เสนอ เป้าหมายใหญ่ ของการวิจัยคือ
ให้ได้ผลงานวิจัย ที่ชุมชนท้องถิ่นนำไปใช้ได้ และทำให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชนขึ้นจากกระวนการทำวิจัยนั้นด้วย
"ความเข้มแข็งของชุมชน"
หมายถึงการมีกลุ่มประชาชนรวมตัวกัน ด้วยจิตสำนึกร่วมกัน มีบทบาทและขีดความสามารถ
ในการจัดการเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของตน บน พื้นฐานของสิทธิร่วมกันอย่างเท่าเทียม
และพึ่งพาตนเองได้ โดยอาศัยองค์กร/กลไก/กระบวนการ และกิจกรรมหลากหลาย ที่กลุ่มประชาชนจัดขึ้น
ในลักษณะหุ้นส่วน ที่เกิดจากความรัก ความสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน ภายใต้ระบบการจัดการ
ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ในแนวราบและเป็นองค์รวม (ดร. ยิ่งยง เทาประเสริฐ,
2542)
|