|
|
|
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยเรื่อง
ศึกษาพัฒนาและแสวงหาตลาดผลิตภัณฑ์สบู่สมุนไพรท้องถิ่น โดยกลุ่มแม่บ้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรปูยุด
บ้านราง ตำบลปูยุด อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้
3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและทดลอง การบริหารจัดการกลุ่มแม่บ้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรปูยุด
2) เพื่อทดลองผลิตสบู่สมุนไพรจากความรู้และวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น
และ 3) เพื่อศึกษาตลาด และความต้องการของผู้อุปโภคสบู่สมุนไพร ซึ่งได้ข้อสรุป
ดังนี้
ทีมวิจัย
และสมาชิกกลุ่มแม่บ้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรปูยุด ได้ผ่านปัญหาอุปสรรคมาหลายครั้ง
โดยเฉพาะปัญหาภายในของสมาชิกกลุ่มฯ ที่ตั้งข้อสงสัยในการบริหารจัดการ
จึงผลักดันให้กลุ่มฯ ประสานกับองค์กร หรือหน่วยงานภาคนอกเข้ามาให้มุมมอง
และแนวคิดในการรวมกลุ่ม จนกระทั่งร่างระเบียบข้อบังคับกลุ่มฯ จนแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงหรือกติกาที่ร่วมกันกำหนดไว้ไม่ได้นำมาปฏิบัติ
เนื่องจากขาดกลไกในการจัดประชุมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสภาพจิตใจที่รู้สึกท้องถอยต่อผลประกอบการ
ทำให้ทั้งสมาชิกและกรรมการบริหารกลุ่มฯ ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการมีส่วนร่วม
อันจะนำไปสู่การหาข้อตกลง การแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ตามที่ตั้งใจไว้
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผล ให้การบริหารจัดการกลุ่มแม่บ้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรปูยุด
ไม่ประสบผลสำเร็จมีหลายประการดังนี้
1) ความศรัทธาในกระบวนการแบบมีส่วนร่วม
ไม่ได้อยู่ในใจของกรรมการบริหารและสมาชิกทุกคน เป็นความสุขของสมาชิก
ที่จะเป็นเพียงผู้ตาม และทำในเรื่องที่ตนถนัด และผลักภาระอื่นๆ ที่ตนไม่อยากทำให้กับประธานกลุ่มฯ
จึงเป็นความทุกข์ใจของประธานกลุ่มฯ ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้กลุ่มฯ
อยู่รอดได้ จนถึงขั้นท้อแท้ใจ และตั้งคำถามกับตนเองว่าทำไมสมาชิกไม่ช่วยเหลือกลุ่มฯ
2) ขาดกลวิธีในการจัดการปัญหาข่าวลือ
โดยเฉพาะการสร้างข่าวลือจากสมาชิกกลุ่มฯ บางคนเสียเอง และรุนแรงมากขึ้นในช่วงที่เกิดโครงการวิจัยขึ้น
เนื่องจากสมาชิกบางส่วน ต้องการประโยชน์จากงบประมาณ ของโครงการวิจัยในรูปของเงินยืม
มองว่างบประมาณของโครงการวิจัย เหมือนกองทุนหมู่บ้านที่กู้ยืมได้ แม้จะมีความพยายามเรียกประชุมความเข้าใจ
และเปิดใจกับสมาชิก ถึงขั้นร่วมกันออกกติกาห้ามสมาชิกนำเรื่องราวที่เกี่ยวกับกลุ่มฯ
ไปพูดนอกที่ประชุม และให้เข้าหารือที่วางประชุมแล้วก็ตาม แต่สมาชิกที่มีปัญหาก็ไม่สนใจเข้าร่วมประชุมและสร้างข่าวลือต่อไป
ประกอบกับคำปรามาสของผู้นำชุมชนเองที่กล่าวว่าคนบ้านรามงหมู่ที่ 2
รวมกลุ่มอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ทุกโครงการที่พยายามเข้ามาจัดตั้งกลุ่มฯ
ไม่นานก็ล้มเหลว จึงสร้างความท้อแท้ให้กรรมการบริหารและสมาชิกที่ต้องการรวมกลุ่ม
3) ขาดการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มฯ
อย่างสม่ำเสมอ หลังจากโครงการวิจัยได้รับการอนุมัติ กรรมการบริหารและสมาชิกกลุ่มฯ
ต่างหวังว่ากิจกรรมที่มากขึ้น บ่อยขึ้น ถี่ขึ้น ในเรื่องการทดลองผลิตสบู่ก้อน
จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น แต่ปรากฏว่าสมาชิกหลายคนมีอาชีพหลักอยู่แล้ว
จึงมองว่ากิจกรรมทดลองสบู่ก้อนของทีมวิจัยไม่สำคัญ เนื่องจากไม่มีผลตอบแทน
จึงเหลือผู้สนใจและเสียสละมาทำวิจัยไม่มาก ความเป็นกลุ่มฯ จึงสร้างได้ยาก
4) หลักคิดเรื่องการรวมกลุ่มฯ
เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เนื่องจากเริ่มแรกของการก่อตั้งกลุ่มฯ
นั้น มีวัตถุประสงค์เพียงระดมทุนสำหรับการทำผลิตภัณฑ์สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน
น้ำยาซักผ้า เพื่อให้สมาชิกซื้อไปใช้ในราคาประหยัด ลดรายจ่ายในครัวเรือน
พอเปลี่ยนมาเป็นเรื่องการค้าการขาย มีกำไร มีผลประโยชน์ที่เข้ามามากขึ้น
ทำให้เกิดความกดดันกับกรรมการบริหารกลุ่มฯ ทันทีว่าต้องหาทางสร้างกำไรสูงสุด
จนในที่สุดก็ลืมวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งกลุ่มฯ ไปในที่สุด
กลุ่มแม่บ้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรปูยุดได้ความรู้จากนักวิชาการ
คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราภรณ์ คีรีพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของสบู่ การคำนวณสูตรตั้งต้นของสบู่สำหรับน้ำมันต่างชนิดที่จะมานำมาใช้ในการผลิตเนื้อสบู่
วิธีการสกัดสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ใบกำชำ ส้ม เปลือกมังคุด ฯลฯ มาผสมในเนื้อสบู่
ส่วนสรรพคุณของสมุนไพรนั้น ทีมวิจัยไม่ได้ให้ความสำคัญในการอธิบายมากนัก
เน้นหนักไปในเรื่องคุณภาพของเนื้อสบู่ที่ได้เป็นสำคัญ และค้นพบว่าเนื้อสบู่
ที่ผลิตมาจากน้ำมันมะพร้าวมีคุณภาพดีที่สุด เนื่องจากคงรูปได้นาน มีฟองมาก
ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยรู้สึกว่าการสกัดน้ำมันมะพร้าวเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
ต้องคั้นกะทิแล้วทิ้งไว้ 3 วันเพื่อให้เกิดการตกตะกอน และช้อนเฉพาะชั้นน้ำมันที่ลอยอยู่
ครั้นจะใช้น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม น้ำมันเมล็ดทานตะวันก็มีราคาต้นทุนที่สูงเกินไป
ส่วนสมุนไพรท้องถิ่นที่ทีมวิจัยลงความเห็นว่าดีที่สุด คือ เปลือกมังคุด
ที่ช่วยให้สีสันสวยงาม แต่กระบวนการสกัดยังไม่สามารถหาวิธีการที่ดีที่สุดได้
ทำให้การผลิตสบู่ก้อนในบางครั้งมีการตกตะกอนของเปลือกมังคุด สรุปได้ว่า
กระบวนการทดลองผลิตสบู่สมุนไพร จากความรู้และวัตถุดิบ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมีความสำเร็จพอสมควร
สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
1) ความสามารถของวิทยากร
ที่ให้ความรู้มีประสบการณ์จริงในการผลิตสบู่ และเข้าใจในการทำงานร่วมกับชุมชน
ตลอดจนมีความพร้อมเรื่องเอกสาร ที่ช่วยให้ทีมวิจัย สามารถทบทวนจากการเรียนรู้
วิธีการผลิตสบู่ก้อนได้เป็นอย่างดี
2) ทีมวิจัยเรียนรู้ได้เร็ว
รู้จักตั้งข้อสังเกต และวางแนวทางประยุกต์วิธีการทดลองสบู่ก้อน ในแบบฉบับของตนเองได้
โดยเฉพาะการเปรียบเทียบการทดลอง กับน้ำมันชนิดต่างๆ เพื่อวัดคุณภาพของเนื้อสบู่ที่คิดว่าถูกใจชาวบ้านในท้องถิ่น
แต่อย่างไรก็ตาม ความท้อแท้จากการบริหารกลุ่มฯ ทำให้ทีมวิจัยไม่มีกำลังใจที่จะทดลองการผลิตสบู่ก้อนอย่างต่อเนื่อง
จึงยังไม่สามารถหาสูตรสบู่ก้อนสมุนไพร ที่ดีที่สุดของกลุ่มฯ ได้
ผลิตภัณฑ์สบู่สมุนไพร
ไม่ได้วางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกทั่วไปในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
เนื่องจากทีมวิจัยดำเนินการเพียงขั้นทดลองผลิตสบู่ก้อนเท่านั้น จึงไม่สามารถวัดความพึงพอใจ
ของผู้อุปโภค ที่ได้รับคุณประโยชน์จากการใช้สบู่สมุนไพรตามที่ตั้งใจไว้
ประกอบกับการทดลองแต่ละครั้ง ได้ผลดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ไม่มีความแน่นอนในเรื่องคุณภาพ
ทีมวิจัยจึงไม่กล้านำสบู่ก้อนสมุนไพรออกจำหน่าย แต่ยังคงนำผลิตภัณฑ์อย่างอื่น
เช่น น้ำยาล้างจานสูตรมะขามเปียก แชมพู น้ำยาซักผ้า และสบู่เหลว ออกวางจำหน่ายให้กับสมาชิกบ้าง
ออกร้านจำหน่ายตามการเชิญชวนของส่วนราชการบ้าง วัตถุประสงค์ เรื่องการศึกษาตลาด
และความต้องการของผู้อุปโภคสบู่สมุนไพร จึงไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากทีมวิจัยยังไม่ได้ดำเนินการ
เพราะกระบวนการทดลองสบู่ก้อนสมุนไพรไม่แล้วเสร็จ ยังไม่ได้สูตรการผลิตสบู่ก้อน
ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่พอใจของทีมวิจัย ซึ่งสามารถเป็นตัวแทนความรู้สึกของชาวบ้านได้
โดยให้เหตุผลว่าถ้าทีมวิจัย ไม่รู้สึกไม่พอใจในสบู่ก้อนสมุนไพรแล้ว
จะให้ชาวบ้านทั่วไปยอมรับ ในผลิตภัณฑ์สบู่ก้อนสมุนไพรได้อย่างไร
คณะผู้วิจัย
พฤษภาคม 2550
|
|