การศึกษาแบบบ้านเรียน (Home School) ทางเลือกของคนชายแดนใต้
เมื่อบทบาทของครูและโรงเรียนชะงักงันจากสถานการณ์ความไม่สงบ
(RDG51S0016) การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ ด้านการศึกษากับชุมชน

 
 

สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายปีที่ผ่านมา กระเทือนถึงโครงสร้างของสังคม กระทบถึงการศึกษาระดับพื้นฐานของสังคมมุสลิม ปรากฏการณ์ที่ครูจำนวนมากขอย้ายออกนอกพื้นที่ ครูที่ยังอยู่ก็หวาดผวาและเรียกหาเรื่องความปลอดภัย ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน รูปธรรมที่เกิดขึ้น คือ ครูเดินทางมาถึงโรงเรียนช้าและกลับก่อนเวลา ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังทหาร คุณภาพการเรียนของนักเรียนตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ การจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้ปกครองเป็นครูประจำชั้นที่บ้าน หรือระบบบ้านเรียน (Home School) จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่นำมาทดลองบรรเทาปัญหา ผ่านกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

โครงการวิจัยเรื่อง “ศึกษาปัจจัยและปฏิบัติการจัดระบบการศึกษาโดยครอบครัว (Home School) ร่วมกับอาสาสมัครผู้ปกครองนักเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่อำเภอยี่งอ” โดยมีนายสะรอนี ดือเระ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาความรู้ความเข้าใจ ในการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Home school) ของผู้ปกครองในพื้นที่ที่โรงเรียนได้รับผลกระทบกับสถานการณ์ความไม่สงบ ศึกษาปัจจัยที่ทำให้ผู้ปกครองในพื้นที่ที่โรงเรียน ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ไม่ให้ความสนใจในการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Home school) และศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการจัดระบบการศึกษาโดยครอบครัว (Home school) ของผู้ปกครองในพื้นที่ ที่โรงเรียนได้รับผลกระทบกับสถานการณ์ความไม่สงบ

ผลจากการดำเนินงาน หลังจากได้ศึกษาต้นแบบ “บ้านเรียน A R บ้านเชิงเขา” ของครอบครัวคุณอำหรน หลังนุ้ย ที่ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล พบว่า การจัดการเรียนการสอนแบบ Home school ต้องมีแผนการสอนที่รัดกุมแต่สามารถยืดหยุ่นได้ มีตารางเรียนที่แน่นอนแต่สามารถผ่อนปรนได้ ต้องมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายแต่สามารถสร้างสรรค์ได้เองตามสภาพความเหมาะสม มีการสอบ การประเมินผลแต่ไม่จำกัดรูปแบบ ให้ครอบครัวมีส่วนสำคัญในการบ่มเพาะและขัดเกลาบุตรโดยให้สอดคล้องกับบริบทของการดำเนินชีวิต เช่น การสอนภาษาไทย แทนที่จะต้องสอนเรื่องราวของรุกขเทวดามาปรากฏกายสอนสั่งชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่เพื่อการทำความดี ก็ปรับมาใช้หลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ที่มีที่มาจากคัมภีร์ หรือจากจริยวัตรของท่านศาสดา ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของมุสลิม เป็นต้น

ในบริบทของสังคมมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พบว่ามีระบบการสอนแบบ Home School มาช้านานแล้ว ทุกชุมชนหมู่บ้านจะมีการจัดการเรียนการสอน “ตาดีกา” ประจำมัสยิด สำหรับเด็กระดับประถมศึกษาสำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ หรือเวลาหลังเลิกเรียน มีศูนย์การเรียนการสอน “กีรออาตีย์” สำหรับเรียนพื้นฐานการอ่านคัมภีร์อัล-กุรอ่าน เกิดขึ้นทั่วทุกมุมของชุมชน ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนที่เกิดจากความตระหนักของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ที่ต้องการให้เด็กได้อยู่ในบริบทของวัฒนธรรมอิสลามที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับแนวคิดปฏิรูปการศึกษา ในบริบทการพัฒนาการศึกษาของไทย

ตัวอย่างของเด็กชายอนีส เจะยิ นักเรียนชั้นประถมศึกษา โรงเรียนบ้านบูเกะกอตอ ตำบลยี่งอ อำเภอยี่ยอ จังหวัดนราธิวาส มีผลการเรียนเฉลี่ยที่ไม่ดีนัก มารดาจึงได้แบ่งเวลามาสอนการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ ผ่านการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หรือบัญชีครัวเรือน สอนพยัญชนะไทยเทียบเคียงกับการออกเสียงเสียงพยัญชนะภาษาอาหรับ ทำให้ได้สอนอัล-กุลอ่านให้กับลูกไปด้วย ส่งผลให้ผลการเรียนของเด็กชายอนีส ดีขึ้นเป็นลำดับ และมีความสุขมากกว่าที่เคยเรียนในห้องเรียน

เด็กชายฮาเรส ดอเลาะ นักเรียนชั้นระดับประถมศึกษาของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองนราธิวาส เป็นเด็กที่กระฉับกระเฉง มีทักษะด้านกีฬาที่ดีเยี่ยม ต้องพบกับสภาวะเครียดและมีผลการเรียนตกต่ำ เมื่อครูบังคับให้ต้องเรียนพิเศษ กวดวิชาเพิ่มเติมในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน มารดาจึงขอกับครูที่โรงเรียนเพื่ออนุญาตสอนบุตรของตนเอง โดยใช้ระบบการศึกษาแบบ Home School ผลการเรียนของเด็กชายฮาเรสดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และที่โรงเรียนแทบจะให้ไม่ได้เลย คือ ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีขึ้น นับได้ว่าโครงการวิจัยได้ทำหน้าที่เปิดพื้นที่ให้กับแนวคิดการศึกษาแบบ Home school ให้กับกลุ่มเป้าหมายเล็กๆ กลุ่มหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส กิจกรรมในกระบวนการวิจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้สร้างสำนึกและความตระหนัก แก่ครอบครัวเป้าหมายว่าการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่ที่โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา มีระบบและรูปแบบการจัดการศึกษาให้เลือกหลากหลาย หนึ่งในระบบการศึกษานั้นอยู่ที่ “บ้านของเรา” นั่นเอง


นายสะรอนี ดือเระ
หัวหน้าโครงการวิจัย