
สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายปีที่ผ่านมา กระเทือนถึงโครงสร้างของสังคม
กระทบถึงการศึกษาระดับพื้นฐานของสังคมมุสลิม ปรากฏการณ์ที่ครูจำนวนมากขอย้ายออกนอกพื้นที่
ครูที่ยังอยู่ก็หวาดผวาและเรียกหาเรื่องความปลอดภัย ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน
รูปธรรมที่เกิดขึ้น คือ ครูเดินทางมาถึงโรงเรียนช้าและกลับก่อนเวลา ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังทหาร
คุณภาพการเรียนของนักเรียนตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ด้วยสถานการณ์เช่นนี้
การจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้ปกครองเป็นครูประจำชั้นที่บ้าน หรือระบบบ้านเรียน
(Home School) จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่นำมาทดลองบรรเทาปัญหา ผ่านกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น
โครงการวิจัยเรื่อง ศึกษาปัจจัยและปฏิบัติการจัดระบบการศึกษาโดยครอบครัว
(Home School) ร่วมกับอาสาสมัครผู้ปกครองนักเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่อำเภอยี่งอ
โดยมีนายสะรอนี ดือเระ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาความรู้ความเข้าใจ
ในการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Home school) ของผู้ปกครองในพื้นที่ที่โรงเรียนได้รับผลกระทบกับสถานการณ์ความไม่สงบ
ศึกษาปัจจัยที่ทำให้ผู้ปกครองในพื้นที่ที่โรงเรียน ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ
ไม่ให้ความสนใจในการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Home school) และศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการจัดระบบการศึกษาโดยครอบครัว
(Home school) ของผู้ปกครองในพื้นที่ ที่โรงเรียนได้รับผลกระทบกับสถานการณ์ความไม่สงบ

ผลจากการดำเนินงาน หลังจากได้ศึกษาต้นแบบ บ้านเรียน A R บ้านเชิงเขา
ของครอบครัวคุณอำหรน หลังนุ้ย ที่ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล พบว่า การจัดการเรียนการสอนแบบ
Home school ต้องมีแผนการสอนที่รัดกุมแต่สามารถยืดหยุ่นได้ มีตารางเรียนที่แน่นอนแต่สามารถผ่อนปรนได้
ต้องมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายแต่สามารถสร้างสรรค์ได้เองตามสภาพความเหมาะสม
มีการสอบ การประเมินผลแต่ไม่จำกัดรูปแบบ ให้ครอบครัวมีส่วนสำคัญในการบ่มเพาะและขัดเกลาบุตรโดยให้สอดคล้องกับบริบทของการดำเนินชีวิต
เช่น การสอนภาษาไทย แทนที่จะต้องสอนเรื่องราวของรุกขเทวดามาปรากฏกายสอนสั่งชาวบ้าน
ชาวนา ชาวไร่เพื่อการทำความดี ก็ปรับมาใช้หลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ที่มีที่มาจากคัมภีร์
หรือจากจริยวัตรของท่านศาสดา ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของมุสลิม เป็นต้น

ในบริบทของสังคมมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พบว่ามีระบบการสอนแบบ
Home School มาช้านานแล้ว ทุกชุมชนหมู่บ้านจะมีการจัดการเรียนการสอน
ตาดีกา ประจำมัสยิด สำหรับเด็กระดับประถมศึกษาสำหรับวันเสาร์-อาทิตย์
หรือเวลาหลังเลิกเรียน มีศูนย์การเรียนการสอน กีรออาตีย์ สำหรับเรียนพื้นฐานการอ่านคัมภีร์อัล-กุรอ่าน
เกิดขึ้นทั่วทุกมุมของชุมชน ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนที่เกิดจากความตระหนักของพ่อแม่
ผู้ปกครอง และชุมชน ที่ต้องการให้เด็กได้อยู่ในบริบทของวัฒนธรรมอิสลามที่ถูกต้อง
และสอดคล้องกับแนวคิดปฏิรูปการศึกษา ในบริบทการพัฒนาการศึกษาของไทย

ตัวอย่างของเด็กชายอนีส เจะยิ นักเรียนชั้นประถมศึกษา โรงเรียนบ้านบูเกะกอตอ
ตำบลยี่งอ อำเภอยี่ยอ จังหวัดนราธิวาส มีผลการเรียนเฉลี่ยที่ไม่ดีนัก
มารดาจึงได้แบ่งเวลามาสอนการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ ผ่านการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
หรือบัญชีครัวเรือน สอนพยัญชนะไทยเทียบเคียงกับการออกเสียงเสียงพยัญชนะภาษาอาหรับ
ทำให้ได้สอนอัล-กุลอ่านให้กับลูกไปด้วย ส่งผลให้ผลการเรียนของเด็กชายอนีส
ดีขึ้นเป็นลำดับ และมีความสุขมากกว่าที่เคยเรียนในห้องเรียน
เด็กชายฮาเรส ดอเลาะ นักเรียนชั้นระดับประถมศึกษาของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองนราธิวาส
เป็นเด็กที่กระฉับกระเฉง มีทักษะด้านกีฬาที่ดีเยี่ยม ต้องพบกับสภาวะเครียดและมีผลการเรียนตกต่ำ
เมื่อครูบังคับให้ต้องเรียนพิเศษ กวดวิชาเพิ่มเติมในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน
มารดาจึงขอกับครูที่โรงเรียนเพื่ออนุญาตสอนบุตรของตนเอง โดยใช้ระบบการศึกษาแบบ
Home School ผลการเรียนของเด็กชายฮาเรสดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และที่โรงเรียนแทบจะให้ไม่ได้เลย
คือ ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีขึ้น นับได้ว่าโครงการวิจัยได้ทำหน้าที่เปิดพื้นที่ให้กับแนวคิดการศึกษาแบบ
Home school ให้กับกลุ่มเป้าหมายเล็กๆ กลุ่มหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส กิจกรรมในกระบวนการวิจัยต่างๆ
ที่เกิดขึ้น ได้สร้างสำนึกและความตระหนัก แก่ครอบครัวเป้าหมายว่าการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่ที่โรงเรียน
หรือสถาบันการศึกษา มีระบบและรูปแบบการจัดการศึกษาให้เลือกหลากหลาย หนึ่งในระบบการศึกษานั้นอยู่ที่
บ้านของเรา นั่นเอง
นายสะรอนี ดือเระ
หัวหน้าโครงการวิจัย