สะพานสานสัมพันธ์ไทย – มาเลเซีย ผ่านความร่วมมือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
เรื่อง “ข้าวและชาวนา” (RDC53S0016) การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ ด้านเกษตรกรรม
 
 

รัฐเคดาห์ ดารุล อามาน ประเทศมาเลเซีย เดิมคือเมือง “ไทรบุรี” เป็นเมืองเดียวเท่านั้นในมาเลเซียที่ยังคงเหลือหลักฐานของประวัติศาสตร์ทีแสดงถึงอิทธิพลและบทบาทที่สำคัญของศาสนาพุทธและฮินดูในอดีตประชากร จำนวน 1,890,098 คน (ปี 2010) พื้นที่ 9,426 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 2.8 ของพื้นที่ของประเทศมาเลเซีย 1 ใน 3 เป็นพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่การปลูกข้าวในพื้นที่ชลประทานรัฐเคดาห์ครอบคลุมถึง 661,569 ไร่ เป็นอู่ข้าวเลี้ยงประชาชนมาเลเซียทั้งประเทศ ด้วยความที่เป็นพื้นที่ทำนามาอย่างยาวนาน จึงได้สะสมองค์ความรู้ เครื่องไม้เครื่องมือการทำนานับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จนรัฐบาลมาเลเซียได้เห็นความสำคัญ จึงได้จัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์ข้าว” เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2547 โดยมีวัตถุประสงค์ คือ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการปลูกข้าว ภาพแสดงวัฒนธรรมการปลูกข้าว นำเสนองานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกข้าว

โครงการ “การสนับสนุนงานชลประทานเพื่อท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส” โดยมี นายวิรัช เอี่ยมปลัด เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนา โครงการวิจัยชลประทานเพื่อท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้เกิดโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการน้ำสำหรับทำนาในพื้นที่ชลประทาน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบริเวณโครงการฝายบ้านกาเด็ง ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส” และโครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานในการปลูกพืชหมุนเวียน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบริเวณโครงการสถานีสูบน้ำขนาดเล็กยะกัง 8 บ้านบูเก๊ะกูนุง ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส” โดยทั้ง 2 โครงการมีทิศทางการทำงานเกี่ยวกับการทำนาในวิถีเปลี่ยนผ่านแบบดั้งเดิมไปสู่สมัยใหม่ มีการเก็บข้อมูลระหว่างดำเนินโครงการวิจัยที่หลากหลาย รวมถึงการเดินทางไปศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์ข้าวที่รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 จึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ ในการจัดระบบข้อมูลให้เป็นระบบผ่านประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง

ในระหว่างการประสาน เพื่อพาคณะนักวิจัยเพื่อท้องถิ่น เดินทางไปศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์ข้าว ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีแนวคิด ในการแปลเอกสารแนะนำพิพิธภัณฑ์ข้าวเป็นภาษาไทย เนื่องจากมีชาวไทยมาศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก อีกทั้งรัฐเคดาห์มีชุมชนคนไทยกว่า 60,000 คน ที่ยังคงสอนภาษาไทยอยู่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาษา ให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ในมาเลเซียด้วย

คณะทำงาน โครงการสนับสนุนงานชลประทานเพื่อท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส และคณะทำงาน พิพิธภัณฑ์ข้าวรัฐเคดาห์ จึงได้ร่วมมือกันจัดทำเอกสาร แนะนำพิพิธภัณฑ์ข้าวขนาดกระดาษ A4 พับ 3 พิมพ์ 4 สี 2 หน้า ด้วยกระดาษอาร์ต โดยคณะกรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งรัฐเคดาห์เป็นผู้จัดพิมพ์ นอกจากนี้ยังได้ขยายความร่วมมือกับ “สำนักงานพัฒนาเกษตรกรรมลุ่มน้ำมูดา” (Muda Agriculture Development Authority – MADA) ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนนวัตกรรมการปลูกข้าวและบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทานในวันที่ 26-28 มีนาคม 2554 อีกด้วย

วิรัช เอี่ยมปลัด
ผู้ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส