หน้าแรก
 ความนำ
 สาเหตุสำคัญ ของการไปทำงาน ของแรงงานร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย
 ตามรอยเส้นทางการเดินทาง ของแรงงานร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย
 ปัจจัยที่สร้างความรุ่งโรจน์ ต่อร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย
 องค์ประกอบ และบทบาทของบุคคล ในร้านอาหารไทย
 ชีวิตประจำวัน และความเป็นอยู่ ของแรงงานร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย
 สภาพปัญหา ของแรงงานร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย
 มาตรการทางกฎหมาย ของมาเลเซีย ด้านแรงงานต่างชาติ
 นโยบายของไทย ในการสนับสนุนแรงงาน ร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย
 ข้อเสนอแนะ จากแรงงานร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย
 ประเด็นที่น่าศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
 การฝึกอบรมฝีมือ การทำอาหารให้คนไทย ที่จะไปทำงาน เป็นกุ๊กร้านอาหารไทย ในมาเลเซีย จำเป็นหรือไม่?
 ตัวอย่างห้องครัวร้าน Epah Tomyam
 ตัวอย่างเมนูอาหารร้าน Epah Tomyam
 กระดานข่าว


 

มาตรการทางกฎหมายของมาเลเซีย ด้านแรงงานต่างชาติ

          รัฐบาลมาเลเซียมีปัญหาเรื่องชาติพันธุ์ของคนในประเทศมาโดยตลอด นับตั้งแต่ 3 เชื้อชาติหลักๆ ที่อาศัยในมาเลเซีย คือ ชาวมาเลเซียหรือที่เรียกอีกอย่างว่า “ภูมิบุตรา” ชาวจีน และชาวอินเดีย ใช้เวลานานพอสมควร ที่จะทำให้เกิดความปรองดองกันได้สำเร็จ
          ความสามารถของผู้นำประเทศ ที่สร้างรากฐานเศรษฐกิจ จนเติบโตอย่างรวดเร็วประเทศหนึ่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การทะลักของแรงงานจากประเทศที่มั่งคั่งน้อยกว่า จึงสิ่งที่มาเลเซียไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มาตรการด้านแรงงานต่างชาติ ของรัฐบาลมาเลเซีย จึงออกมาอย่างต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ในแต่ละยุคสมัย

ความผิดตาม พระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย

ที่
ลักษณะความผิด
มาตรา
บทลงโทษ ต่อความผิด / ริงกิต
ครั้งที่ 1
ครั้งที่ 2
1
การเข้าประเทศมาเลเซีย โดยไม่มีเอกสารเดินทาง และใบอนุญาต (Pass & Permit) ที่ถูกต้อง
6 (3)
500
3,000
2
อาศัยอยู่ในมาเลเซีย หลังจากเอกสารเดินทาง (Pass) หรือใบอนุญาต (Pass & Permit) ถูกยกเลิก กรณี
  - น้อยกว่า 1 เดือน
15 (4)
30 ริงกิต/วัน
3,000
  - 1-6 เดือน
1,000
3,000
  - กว่า 6 เดือน
2,000
3,000
3
ไม่แจ้งการผ่านด่าน ณ ช่องทางด่านที่ประกาศไว้
26 (4)
500
3,000
4
ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลักลอบเข้าเมือง
56 (1)
3,000 ริงกิต/คน
3,000
5
เข้าประเทศมาเลเซีย ผ่านช่องทางด่านทางบก เลยเวลาราชการ ระเบียบตรวจคนเข้าเมือง
ข้อ 36
200
300

ข้อมูล : ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย

          ทางการมาเลเซียจะดำเนินการกับผู้เข้าเมือง และอาศัยอยู่ ในประเทศมาเลเซีย โดยผิดกฎหมาย ให้มีการลงโทษสูงขึ้น โดยตรากฎหมายเข้าเมืองฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะมีผลบังคับตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2545 เป็นต้นไป ทางการมาเลเซีย จะเริ่มดำเนินการเอาผิด กับคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง โดยกำหนดบทลงโทษ แก่ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย โทษปรับไม่เกิน 10,000 ริงกิต (ประมาณ 100,000 บาท) หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเฆี่ยนไม่เกิน 6 ที สำหรับนายจ้างที่รับคนงานผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 50,000 ริงกิต หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี (ต่อลูกจ้าง 1 คน) รวมถึงผู้ที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย มีโทษสูงสุด 60,000 ริงกิต หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี ต่อผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย 1 คน หรือทั้งจำทั้งปรับ

นโยบายแรงงานต่างชาติของมาเลเซีย
            1. นโยบายแรงงานต่างชาติมาเลเซีย มีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง ตามสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจและสังคม ภายในประเทศ ตั้งแต่ช่วยภาวะเศรษฐกิจปลายปี 2540 จนกระทั่งปัจจุบัน รัฐบาลมาเลเซีย พยายามเพิ่มความเข้มงวด ในการนำเข้าแรงงานต่างชาติยิ่งขึ้น เนื่องจากต้องการสงวนงาน ไว้ให้คนงานมาเลเซีย ที่คาดว่าจะถูกเลิกจ้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความจำเป็น ด้วยสาเหตุทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้รัฐบาล จำเป็นต้องผ่อนปรนนโยบายดังกล่าวพอควร

          2. นโยบายแรงงานต่างชาติที่ผ่านมา มีดังนี้
               2.1 ปี 2539 รับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติ ที่ผิดกฎหมาย เป็นแรงงานถูกกฎหมาย มีแรงงานต่างชาติไปขึ้นทะเบียนกว่า 400,000 คน ซึ่งทำให้แรงงานกลุ่มนี้ เข้าสู่ระบบที่ทางการมาเลเซีย สามารถควบคุมได้
               2.2 ในเดือนสิงหาคม 2540 มาเลเซีย ได้ออกประกาศนโยบาย ห้ามจ้างแรงงานต่างชาติ ประเภทไร้ฝีมือ (Unskilled workers) ในทุกกิจการ รวมทั้งคนรับใช้ในบ้าน แต่ไม่รวมถึงแรงงานไทยตามฤดูกาลที่เข้าไปรับจ้างตัดอ้อย กรีดยางพารา และเก็บผลปาล์มน้ำมันในรัฐทางเหนือ และไม่รวมแรงงานต่างชาติ ที่รับจ้างทำงานตามเกาะ ที่เป็นกิจการด้านบ้านพักตากอากาศ (Resort island) เช่น เกาะลังกาวี
              2.3 ในเดือนมกราคม 2541 มาเลเซีย ได้ประกาศนโยบาย โยกย้ายแรงงานจากสาขาที่มีแรงงานเหลือ ไปสู่สาขาที่มีความต้องการแรงงาน โดยไม่ต่อใบอนุญาตทำงาน ให้แรงงานต่างชาติ ในสาขาก่อสร้าง และสาขาบริการบางประเภท ที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุ ในเดือนสิงหาคม 2541 แต่อนุญาต ให้ไปทำงานต่อได้ ในสาขาเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมบางประเภทที่ยังมีความต้องการแรงงานจำนวนมาก หากไม่ยินยอม จะดำเนินการส่งกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าว ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เนื่องจากความไม่สันทัด ของแรงงานแต่ละประเภท
               2.4 ในเดือนกรกฎาคม 2541 มาเลเซีย ได้ประกาศ เปิดให้แรงงาน ภาคบริการบางประเภท เช่น ร้านอาหาร ร้นซักรีด สถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจรับจ้างทำความสะอาด อุตสาหกรรม การประมง และเลี่ยงสัตว์ สามารถต่อใบอนุญาตได้อีกครั้งหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า คนมาเลเซีย ไม่นิยมทำงานประเภทดังกล่าว นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้แรงงานไร้ฝีมือ เฉพาะจากอินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ เข้าไปรับจ้างได้อีกด้วย

          3. นโยบายแรงงานต่างชาติในปัจจุบัน
              3.1 รัฐบาลมาเลเซีย อนุญาตให้มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติใหม่ ประเภทไร้ฝีมือ (Unskilled workers) เฉพาะในอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อทำรายได้เข้าประเทศภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ จะอนุญาต ให้นำเข้าแรงงานต่างชาติประเภทดังกล่าว เฉพาะจากอินโดนีเซีย ไทย และบังคลาเทศ
              3.2 อนุญาตให้นำเข้าคนรับใช้ในบ้านได้จาก 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และปากีสถาน
              3.3 ไม่อนุญาตให้นายจ้างไปจ้างคนต่างชาติที่ถูกกักกันในค่ายกักกัน (Detention camp) อีก
              3.4 อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน (Work permit) ได้ถึง 6ปี
              3.5 แก้ไขกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง โดยเพิ่มโทษแก่ผู้ที่กระทำความผิด เช่น นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย จะมีโทษปรับระหว่าง 10,000 – 50,000 ริงกิต ต่อคนงานต่างชาติผิดกฎ หมาย 1 คน หรือจำคุกระหว่าง 6 เดือนถึง 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น
             3.6 ไม่รับจดทะเบียนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ให้เป็นแรงงานถูกกฎหมายอีก เนื่องจากเห็นว่า ขณะนี้มีแรงงานต่างชาติจำนวนมากเพียงพอแล้ว
             3.7 อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีฝีมือ (Skilled workers) เข้าไปทำงานได้ แต่จะพิจารณา ถึงความจำเป็น ของสถานประกอบการแต่ละแห่ง
             3.8 นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2542 ทางการมาเลเซีย ได้ประกาศลดค่าภาษี (Levy) แรงงานต่างชาติ สำหรับคนงานก่อสร้าง อุตสาหกรรม และสาขาบริการ ลดลงจากปีละ 1,500 ริงกิต เหลือ 1,250 ริงกิต แต่ภาษีของคนงานรับใช้ในบ้าน และแรงงานภาคการเกษตร เพิ่มขึ้นจาก 300 ริงกิต เป็น 360 ริงกิต
             3.9 ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา รัฐบาลมาเลเซียมีนโยบายลดการพึ่งพาแรงงนต่างชาติ และสนับสนุนให้จ้างแรงงานท้องถิ่นมากกว่าแรงงานต่างชาติ จึงได้มีมาตรการต่างๆ ในการเข้มงวดกวดขันจับกุม ลงโทษแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมาย ลงโทษนายจ้าง ที่จ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายมากขึ้น นอกจากนี้ ส่งเสริมให้นายจ้าง เน้นการใช้เครื่องจักร มากกว่าแรงงานคน รวมทั้งในการพิจารณาอนุญาตให้นายจ้าง จ้างแรงงานต่างชาติ จะพิจารณาเหตุผล ความจำเป็น เป็นรายๆ ไป โดยจะอนุญาตให้จ้างเฉพาะรายที่จำเป็นเท่านั้น
          จะเห็นว่า นโยบายผลักดันแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยการจับกุม ปรับ และส่งกลับประเทศ ภูมิลำเนายังคงมีการบังคับใช้อยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

          4. กฎหมายแรงงานของมาเลเซีย
              ประเทศมาเลเซีย ไม่มีกฎหมายแรงงานแห่งชาติ แต่มีข้อบัญญัติ เกี่ยวกับแรงงาน อยู่ในกฎหมายอื่นๆ หลายฉบับ ที่สำคัญคือ
             - พระราชบัญญัติการจ้างงาน ค.ศ.1955 (Employment Act 1955 (Act 265) and Regulations and Orders)
             - พระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิประโยชน์คนงาน ค.ศ.1952
             - พระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง ค.ศ. 1959/63 (Immigration Act 1959/63 หรือ Act 155)
             4.1 ค่าจ้าง (Wages) ไม่มีกฎหมาย กำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ในประเทศมาเลเซีย เนื่องจากรัฐบาลมีความเห็นว่า กลไกทางการตลาด สามารถเป็นตัวกำหนดอัตราค่าจ้าง ตามอุปสงค์และอุปทานได้เป็นอย่างดี ดังนั้น นายจ้าง จะเป็นผู้กำหนดอัตราค่าจ้างตามภาวะตลาด และการจ่ายค่าจ้าง ต้องจ่ายภายใน 7 วัน หลังจากวันกำหนดรับเงินเดือน
            4.2 การจ้างแรงงาน รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้จ้างแรงงานต่างชาติได้เพียง 4 ภาคการผลิตเท่านั้น ได้แก่
                  - อุตสาหกรรม (เพื่อการส่งออก)
                  - การเกษตรกรรม
                  - ก่อสร้าง
                  - งานบริการ เฉพาะ 5 สาขาเท่านั้น ได้แก่ 1) ผู้ช่วยงานบ้าน 2) พนักงานบริการในปั๊มน้ำมัน 3) พนักงานบริการในโรงแรม 4 ) พ่อครัวหรือผู้ช่วยร้านอาหาร 5) ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญงานเฉพาะสาขา เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
              การจ้างแรงงานทุกครั้ง ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังกระทรวงแรงงานภายใน 90 วัน หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะถูกปรับไม่เกิน 2,000 ริงกิต (ประมาณ 20,000 บาท)
             4.3 การนำเข้าแรงงานต่างชาติ
                   4.3.1 ก่อนจ้างแรงงานต่างชาติ นายจ้างในประเทศมาเลเซีย ต้องรับสมัครคนหางานท้องถิ่น โดยการประกาศรับสมัครทางหนังสือพิมพ์ ทั้งภาษามาเลเซีย และภาษาอังกฤษ หากไม่สามารถรับสมัครคนงานท้องถิ่นได้ภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากที่ประกาศทางหนังสือพิมพ์แล้ว จึงขออนุญาต ต่อกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซีย ในการจ้างคนงานจากต่างชาติ
                   4.3.2 นอกจากหลักฐานแสดงว่าได้พยายามรับสมัครคนงานท้องถิ่นแล้ว แต่ไม่สามารถรับสมัครได้ นายจ้างยังต้องมีหลักฐาน เอกสารจากกรมการจัดหางานมาเลเซีย (Department of Manpower) กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ว่า ไม่สามารถจัดหาคนงานตามที่นายจ้างต้องการได้ เพื่อขออนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติ
                   4.3.3 กิจการของบริษัทนายจ้าง ต้องเป็นกิจการเพื่อการส่งออก และไม่ได้ซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ และต้องมีการจ้างคนงานท้องถิ่นด้วย และสัดส่วนการจ้างแรงงานต่างชาติ ต้องน้อยกว่าการจ้างแรงงานท้องถิ่น
                   4.3.4 เมื่อได้รับอนุมัติให้นำเข้าแรงงานต่างชาติจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว นายจ้างต้องนำหลักฐานที่เป็นรายละเอียดของคนงาน (ภาพถ่ายหน้าหนังสือเดินทางของคนงาน ใบผ่านการตรวจโรค รูปถ่ายคนงาน) และตำแหน่งงาน ที่ได้รับอนุญาต ให้นำเข้าแรงงาน ไปติดต่อที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขออนุมัติการตรวจลงตรา (visa) ประเภททำงาน ให้คนงานที่จะนำเข้าไปทำงาน และชำระเงินประกันค่าวีซ่า ค่าภาษีแรงงานต่างชาติ รวมทั้งทำประกันเงินค่าชดเชยให้กับคนงานด้วย
             4.4 การเข้าเมือง
                    การเข้าเมือง โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work permit) หากถูกจับกุม จะต้องได้รับโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 4 อย่าง ดังนี้
                    - ส่งค่ายกักกัน เพื่อส่งกลับประเทศภูมิลำเนา
                    - ปรับไม่เกิน 10,000 ริงกิต
                    - จำคุกไม่เกิน 5 ปี
                    - หรือทั้งจำทั้งปรับ
             4.5 สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการของแรงงานต่างชาติตามกฎหมาย
                    4.5.1 พระราชบัญญัติการจ้างงานแห่งชาติ ค.ศ.1955 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า แรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติ ไม่ควรได้รับการกีดกันในการทำงาน นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติสามารถร้องเรียนต่อกรมอุตสาหกรรมสัมพันธ์ กรณีที่แรงงานต่างชาติ รู้สึกว่าถูกเลิกจ้าง โดยปราศจากเหตุผลที่สมควร หรือถูกนายจ้างเอาเปรียบ
                    4.5.2 แรงงานต่างชาติมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองเท่าเทียมกับแรงงานท้องถิ่น (แรงงานต่างชาติได้รับความคุ้มครองสิทธิประโยชน์คนงาน ค.ศ.1952)
                    4.5.3 นายจ้างต้องทำประกันชีวิตให้กับแรงานต่างชาติ โดยนายจ้าง ต้องจ่ายค่าประกัน 86 ริงกิตต่อคนต่อปี
                    4.5.4 สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ คือ กรณีประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตจ ากการทำงาน หรือทุพพลภาพถาวร คนงานจะได้รับเงินค่าชดเชยประมาณ 18,000 – 23,000 บาทริงกิต คนงานที่ทุพพลภาพชั่วคราว จะไดรับเงินค่าชดเชยครึ่งหนึ่งของค่าจ้างทุกเดือน
                    4.5.5 แรงงานต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุ นอกเวลาทำงาสนจนถึงแก่ชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร จะได้รับเงินค่าชดเชยด้วยเช่นกัน จำนวนประมาณ 20,000 ริงกิต
             4.6 กองทุนสะสมสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้าง (Employee Provident Fund – EPF) การส่งเงินกลับภูมิลำเนาของแรงงานต่างชาติจากมาเลเซียเพิ่มขึ้นจาก 4.1 พันล้านริงกิตในปี 2537 เป็น 6 พันล้านริงกิตในปี 2540 รัฐบาลมาเลเซีย พยายามรักษาให้เงินดังกล่าวอยู่ในประเทศ จึงกำหนดให้แรงงานต่างชาติ ฝากเงินค่าแรงบางส่วน ไว้กับกองทุนสะสมสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้าง (Employees Provident Fund – EPF) ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับแรงงานท้องถิ่นมาเลเซีย และจะชำระคืนให้ เมื่อย้ายกลับประเทศภูมิลำเนาเป็นการถาวร แต่แรงงานต่างชาติประเภทผู้ชวยแม่บ้าน (maids) ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุน EPF ยกเว้นในกรณี ที่สมัครใจเอง
                ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 รัฐบาลมาเลเซีย ยกเลิกข้อบังคับ การส่งเงินเข้ากองทุนสะสมสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้าง ร้อยละ 11 เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ แต่หากลูกจ้างประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนสะสมฯ ก็สามารถกระทำได้

อัตราค่าจ้างแรงงานต่างชาติในประเทศมาเลเซีย

ชาติ
อัตราค่าจ้าง
กิจการ
อินโดนีเซีย
18 – 20 ริงกิต/วัน
ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม เกษตร งานรับใช้ในบ้าน  
บังคลาเทศ
14 – 16 ริงกิต/วัน
โรงงานอุตสาหกรรม เกษตร
ฟิลิปปินส์
25 ริงกิต/วัน
คนรับใช้ในบ้าน
ไทย
25 ริงกิต/วัน
โรงงานอุตสาหกรรม เกษตร งานบริการในร้านอาหาร
ปากีสถาน
18 – 20 ริงกิต/วัน
โรงงานอุตสาหกรรม
อื่นๆ (พม่า กัมพูชา อินเดีย)
18 – 20 ริงกิต/วัน
โรงงานอุตสาหกรรม
คนงานมาเลเซียทั่วไป
20 – 25 ริงกิต/วัน
โรงงานอุตสาหกรรม

          คุณโกวิทย์ บูรพธานินทร์ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ได้ให้ความรู้เรื่องแรงงานว่า “มาเลเซียยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าแรงงานในตลาดล่าง (Primary Labor Market) เนื่องจากยังขาดแคลนอยู่ ดังนั้น การที่รัฐบาลมาเลเซียประกาศว่าจะลดจำนวนแรงงานต่างด้าวลงนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมาเลเซีย ยังต้องมีแรงงาน ทั้งที่มีฝีมือ และไร้ฝีมือ เข้ามาเสริมเศรษฐกิจให้ขยายมากขึ้น”