สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.)
เพื่อสร้างความเข้มแข็งของการวิจัยและพัฒนา
ที่จะสร้างองค์ความรู้ และพัฒนาองค์กรความรู้ ไปสู่การใช้ประโยชน์ รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัย
และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ขึ้นตามพระราบัญญัติกองทุนสนับสนุนการวิจัย
พ.ศ.2535 เพื่อเร่งรัดการลงทุนการวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ
ในด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสังคม และมนุษยศาสตร์ การวิจัยเชิงนโยบาย
รวมทั้งการวิจัยเชิงประยุกต์เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวิชาการของประเทศ
โดยได้จัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ในปี พ.ศ.2535 ให้ สกว. จำนวน 1,200 ล้านบาท
และให้นำเงิน 1,000 ล้านบาท ไปทำให้เกิดดอกผล และไม่ต้องนำส่งคืนกระทรวงการคลัง
ส่วนที่เหลืออีก 200 ล้านบาท ให้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่จะดำเนินการในปี
พ.ศ.2535 ซึ่ง สกว. จะไม้ดำเนินการเอง แต่จะให้การอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา
ทั้งในภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ อาจจะจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม เข้าสู่กองทุนได้ตามกำลังความพร้อมของประเทศ
นโยบายและแนวทางสนับสนุนการวิจัย
คณะกรรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ได้กำหนดนโยบายในการใช้เงินกองทุนที่สำคัญไว้ 4 ประการ คือ
1. เพื่อสร้างนักวิจัยอาชีพ
และสร้างความเข้มแข็งของชุมชนวิจัย
2. เพื่อสนับสนุนการวิจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
ทั้งการวิจัยเพื่อสร้างรากฐานวิชาการ และการวิจัยเพื่อนำผลไปใช้ประโยชน์โดยตรง
3. เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิจัย
และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
4. เพื่อระดมทุนเข้าสู่ระบบการวิจัยและพัฒนาของประเทศ
หน้าที่ของ
สกว.
1. จัดให้มีการศึกษาความต้องการงานวิจัยด้านต่างๆ
เพื่อการพัฒนาประเทศ
2. สนับสนุนการวิจัย
-
ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย
-
เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน หรือองค์กร ที่ต้องการใช้ผลงาน กับสถาบันวิจัย
และนักวิจัย และระหว่างนักวิจัยด้วยกัน
3. สนับสนุนการเผยแพร่และการใช้ผลงานวิจัย
แนวทางการดำเนินการของ
สกว.
คณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ได้กำหนดแนวทางสนับสนุนการวิจัยไว้ดังต่อไปนี้
1. ศึกษาความต้องการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ
เพื่อเป็นข้อมูล ประกอบการจัดทำแผน การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา
2. สนับสนุนโครงการวิจัยทั้งที่เป็นการวิจัยพื้นฐาน
(Fundament Research) การวิจัยประยุกต์(Applies Research) และการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development) ตามความต้องการของประเทศ โดยมุ่งนำผลการวิจัยไปใช้พัฒนาประเทศ
3. กำหนดลำดับความสำคัญของการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและชุดโครงการ
โดยให้ยึดถือว่าการวิจัยนั้น เป็นการสร้างองค์ความรู้ หรือเทคโนโลยี
ที่จะส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก สามารถเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า
ควบคู่ไปกับการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและคุณธรรมในสังคม
4. ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่สำคัญ
ดังนี้
4.1
ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยจะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นระบบ
ครบวงจร ในลักษณะชุดโครงการ ตามชนิดและลักษณะสินค้า ที่นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์
หรือกระบวนการใหม่ๆ ที่ใช้ในภาคการผลิต ทั้งภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม
และภาคเกษตรกรรม ที่มีผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในสังคมโลก
และมีผลต่อการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ หรือช่องว่างของรายได้ ระหว่างชนบทกับเมือง
และระหว่างคนจนกับคนรวย
4.2
ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศ จะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา
ที่นำไปสู่การประยุกต์ใช้เชิงนโยบายระดับชาติ นำไปสู่การปรับตัวเชิงสถาบัน
นำไปสู่ทางเลือกในการพัฒนาประเทศไทย ภายในชุมชนโลก หรือนำไปสู่การค้นพบลู่ทางที่สร้างสรรค์ใหม่ๆ
ในการจัดการความสัมพันธ์กับโลกภายนอก และการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ
ภายในประเทศ ในรูปแบบใหม่ ที่สอดคล้องกับการพัฒนาของสังคมโลก และการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ
4.3
วิจัยองค์ความรู้ใหม่ ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา โดยจะส่งเสริมการวิจัยระดับพื้นฐานหรือประยุกต์
ที่มีทิศทางที่ชัดเจนว่า มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นโครงการที่มีคุณภาพสูง
ผลการวจัยสามารถตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ หรือนำไปจดทะเบียนสิทธิบัตรได้
4.4
พัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันวิจัยและนักวิจัย เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของศักยภาพการวิจัยของประเทศ
โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
-
ทุนพัฒนานักวิจัย เพื่อส่งเสริมนักวิจัยที่มีศักยภาพสูง ที่จะเป็นนักวิจัยระดับยอดของประเทศได้ในอนาคต
ให้ทุ่มเทสติปัญญาความคิด และเวลาทำงานวิจัยพื้นฐานหรือประยุกต์ ที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์
และพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักวิจัยอาชีพ
-
ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย เพื่อส่งเสริมให้นักวิจัยชั้นยอด ที่มีผลงานดีเยี่ยม
และยังคงำงานวิจัย ผลิตผลงานชั้นเยี่ยมอกมาอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีความสามารถในการฝึกฝนนักวิจัยรุ่นใหม่
ให้ทำงานผลิตนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ โดยผ่านกระบวนการทำวิจัยร่วมกัน
-
ทุนส่งเสริมกิจกรรมเครือข่ายการวิจัย เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือ
ทำการวิจัยพื้นฐานและประยุกต์ ในสาขาที่มีลำดับความสำคัญสูงต่อประเทศ
โดยที่เป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยงานหรือสถาบันวิจัยในต่างประเทศ ภาคเอกชนในต่างประเทศ
ในขั้นแรกนี้ มุ่งที่เครือข่ายการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี 2 ด้าน คือ
ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
4.5
งานวิจัยที่ริเริ่มโดยผู้อำนวยการ สกว. เพื่อส่งเสริมการวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนาแนวทางหรือรูปแบบที่มีความแปลกใหม่
หรือเพื่อการวิจัยที่ต้องการความรวดเร็ว และเป็นโครงการที่ไม่ต้องการใช้ทุนสนับสนุนการวิจัยมากนัก
และใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
4.6
สร้างและพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการวิจัย พัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับโครงการวิจัย
ผลงานวิจัย และนักวิจัย ให้เป็นข้อมูลระดับประเทศ เพื่อให้บริการแก่นักวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยในการดำเนินงาน อาจร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ในการพัฒนาฐานข้อมูลในลักษณะของเครือข่าย
4.7
เผยแพร่ผลงานเพื่อการใช้ประโยชน์ในประเทศไทย มีเป้าหมายที่จะเผยแพร่
และประชาสัมพันธ์งานวิจัย แก่สาธารณชน เพื่อสร้างความตระหนัก ต่อความสำคัญของระบบการวิจัยของประเทศ
เผยแพร่ผลงานวิจัย ที่ได้รับการยอมรับ และตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ
รวมทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ระหว่างผู้ใช้กับผู้ผลิตผลงานวิจัย และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัยหรือสถาบันวิจัยด้วยกันเอง
มาตรการเพื่อสนับสนุนให้ผลการวิจัยมีผลประโยชน์โดยตรง
และสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ
เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ของการที่จะได้งานวิจัยที่สอดคล้องต่อความต้องการ
เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง สกว. ได้ระดมสมอง และกำหนดกรอบแนวทางการจัดสรรกองทุนสนับสนุนการวิจัยและการจัดการ
การวิจัยไว้ดังนี้
1. มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถส่งเสริมการผลิต
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ด้อยโอกาส
สามารถนำไปปฏิบัติและพึ่งตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเน้นวิจัยและพัฒนาที่สอดคล้องกับสภาพความจริงของชีวิตและสังคม
สร้างฐานะ ฟื้นฟูภูมิปัญญาที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้รู้จักตนเอง
และสามารถสร้างความเข้มแข็งที่จะเผชิญสถานการณ์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม
และทรัพยากรได้
2. เน้นการวิจัยแบบสหวิทยาการที่มีคุณภาพ
เป็นโครงการขนาดใหญ่ (Programme) ซึ่งมีส่วนประกอบเป็นโครงการวิจัยเฉพาะเรื่อง
(Project) ที่มีผู้จัดการโครงการทำหน้าที่ประสานงานระหว่างนักวิจัยให้มีคุณภาพและจรรยาบรรณ
เป็นนักวิจัยด้วยใจรัก โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลน โดยถือว่าเป็นกองทุนมนุษย์
3. สาขาวิจัยที่สำคัญ
ที่ให้การสนับสนุนมีดังนี้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ
เทคโนโลยีวัสดุ
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีสารสนเทศ
เคมีอุตสาหกรรม
เกษตรศาสตร์
วิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข
วิศวกรรมศาสตร์
พลังงาน
สิ่งแวดล้อม
วิทยาศาสตร์ทางทะเล
วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอาหาร
วิทยาศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีที่สำคัญ
เช่น ฟิสิกส์ ชีววิทยา
คณิตศาสตร์
สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
เศรษฐศาสตร์
พาณิชยศาสตร์
รัฐศาสตร์
นิติศาสตร์
อักษรศาสตร์
ศิลปกรรมศาสตร์
รัฐประศาสนศาสตร์
วิทยาการจัดการและการบริหาร
นิเทศศาสตร์
ศึกษาศาสตร์
การวิจัยเชิงนโยบายทั้งระดับมหภาคและจุลภาค
4. จัดลำดับความสำคัญของการวิจัย
และสร้างความสมดุล ระหว่างการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้และการวิจัย
เพื่อการประยุกต์ใช้ และค้นหาบุคลากรที่มีศักยภาพในแต่ละสาขามาทำการวิจัย
และใช้เงินที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ควรกระจายความรู้และผลงานวิจัยออกไปให้กว้างขวาง
เพื่อให้ผลประโยชน์ของงานวิจัย ถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
การประเมินผล
1. การที่
สกว. เป็งองค์กรอิสระ และคณะกรรมการนโยบายกำหนดให้ สกว. สนับสนุนการวิจัยโดยไม่ศึกษาวิจัยเอง
จัดได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เพราะช่วยให้สามารถ แก้ไขปัญหาการซ้ำซ้อน
ขององค์กรวิจัยและพัฒนาที่มีอยู่มากมาย อันทำให้ สกว. เป็นที่ยอมรับของสถาบัน
ที่วิจัยและพัฒนา มีจุดเด่นในการทำหน้าที่ เป็นผู้สนับสนุนและประสานงานวิจัย
นอกจากนี้ จากความเป็นองค์กรอิสระ ทำให้ สกว. มีความคล่องตัว หลุดจากข้อจำกัดของระบบวิธีงบประมาณ
ที่กำหนดให้ต้องทำแผนงานหรือโครงการล่วงหน้าเป็นปีๆ สามารถสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา
ได้อย่างสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และการค้าของโลก
เป็นต้น รวมทั้งสามารถแก้ไขอุปสรรคด้านสิ่งจูงใจ สำหรับนักวิจัย ในการพัฒนาคุณภาพของงานด้วย
2. นโยบายการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา
ที่เน้นงานวิจัยที่จะนำผลไปใช้ประโยชน์โดยตรง ตามกรอบแนวทางการจัดลำดับความสำคัญของประเภทงานวิจัย
ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมทั้งการกำหนดนโยบายการให้ทุนที่จะเชื่อมโยงการวิจัย
ระหว่างหน่วยงานที่ต้องการใช้ผลงานกับสถาบันการวิจัย และระหว่างนักวิจัยด้วยกันเอง
เพื่อให้มีผลถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันนักวิจัยและนักวิจัย
ให้มีความสอดคล้องกับแนวทางการบริหารงานวิจัยและพัฒนาใหม่ ที่จะช่วยแก้ไขจุดอ่อนของงานวิจัยและพัฒนาที่ผ่านมา
ทำให้เกิดการระดมสรรพกำลังการวิจัย ให้ครบวงจร เพื่อนำไปสู่การพัฒนา
ระบบการวิจัย ที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ และมุ่งสู่การใช้ประโยชน์
รวมทั้งการเชื่อมโยงการวิจัยกับการถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม
มีข้อสังเกตว่าการประสานงาน เพื่อสนับสนุนงานวิจัยระหว่าง สกว. กับสถาบันต่างๆ
นั้น สกว. ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจน นอกจากที่ผ่านมา ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาระหว่างสถาบันวิจัยต่างๆ
1 ครั้ง ในปี พ.ศ.2539 กิจกรรมเช่นนี้ สกว. ควรพิจารณารับเป็นเจ้าภาพทุกปี
และประสานงานให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกันภายหลังการสัมมนา เพื่อให้เกิดการประสานงาน
ลดปัญหาความซ้ำซ้อนของงานวิจัย และการสนับสนุนการวิจัย เพื่อต่อยอดผลการวิจัยที่ทำไว้แล้ว
ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
3. พิจารณาจากกรอบแนวทางสาขาวิจัย
ที่จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนแล้ว เห็นว่ายังครอบคลุม ความต้องการที่สำคัญ
ตามที่กำหนดไว้ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 ได้ไม่เพียงพอ
เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอุตสาหกรรมที่สำคัญอีกหลายสาขา
เช่น อุตสาหกรรมวิศวกรรม เป็นต้น การพัฒนาการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม
งานวิจัยด้านนโยบาย และมาตรการในการส่งเสริมการกระจายรายได้ การแก้ปัญหาความเสื่อมโทรม
ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่เน้นการปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงมีความเห็นเพิ่มเติมว่า
สกว. ควรที่จะกำหนดสาขาและประเภทของการวิจัยตามเป้าหมายยุทธศาสตร์การพัฒนา
ที่มีอันดับความสำคัญสูง เพื่อเป็นแนวทางชี้นำให้กับผู้ที่ขอรับการนับสนุนการวิจัย
4. การศึกษาความต้องการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ
สกว. ได้ดำเนินการโดยจัดสัมมนาระดมสมองเป็นหลัก เห็นว่าควรพิจารณาสนับสนุนการจัดทำโครงการศึกษาวิจัย
เพื่อกำหนดความต้องการ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสนับสนุนการพัฒนา
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอดคล้องกับแผนการพัฒนาและวิจัย
ของสภาวิจัยแห่งชาติ โดยให้มีผลการศึกษาวิจัยถึงขั้นการกำหนดแผนปฏิบัติการ
และการจัดลำดับความสำคัญของการสนับสนุน โดยกองทุนสนับสนุนการวิจัย ซึ่งแผนปฏิบัติการวิจัยนี้
ควรจะได้มีการปรับปรุงประจำปี ตามข้อเสนอแนะของการประเมินผลที่ สกว.
มีนโยบายที่จะดำเนินการทุกปี
5. วัตถุประสงค์ข้อหนึ่งของ
สกว. คือ ให้มีการระดมทุนเข้าสู่ระบบการวิจัยของพัฒนาของประเทศ และสนับสนุนการวิจัยที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ
ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งของการระดมทุนได้